-
43:24
ดินแดนตะวันออกกลางเคยเป็นเมืองใหญ่อุดมสมบูรณ์ก่อนเสื่อมจากศีลธรรมกลายเป็นทะเลทราย
เล่าว่าพุทธันดรที่แล้วแผ่นดินตรงนั้นติดกันหมด ไม่มีเกาะไม่มีแก่งไม่มีทะเล เป็นเมืองใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ มีต้นหมากรากไม้ และมีพระพุทธศาสนามาปักหลัก สลับกับยุคที่มนุษย์เสื่อมจากศีลธรรม คือไม่เห็นความสำคัญของการรักษาศีล ไม่ให้ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของกันและกัน มีอบายมุขเกิดขึ้น ความโลภ ความโกรธ ความหลงงอกงามในใจของคนยุคนั้น จึงเกิดทุพภิกขภัย และในที่สุดก็กลายเป็นทะเลทรายที่แห้งเหือด และตอนนี้กำลังจะย้อนกลับมาฟื้นฟูเมื่อแสงสว่างแห่งธรรมเริ่มไปปักหลัก
-
54:27
มารดาของสังกิจจะเสียชีวิตขณะตั้งครรภ์ แต่เนื้อส่วนท้องไม่ไหม้ไฟบนเชิงตะกอน
สังกิจจะออกบวชเมื่ออายุเจ็ดขวบ ท่านมีความเป็นมาน่าอัศจรรย์ โยมมารดาเป็นธิดาของตระกูลมั่งคั่งในกรุงสาวัตถี เสียชีวิตด้วยโรคร้ายชนิดหนึ่งตั้งแต่ท่านยังอยู่ในครรภ์ เมื่อมารดาถูกเผาอยู่บนเชิงตะกอน เนื้อส่วนอื่นไหม้ไปจนหมดแต่ยังเหลือเนื้อส่วนท้อง นี่คือความอัศจรรย์ตั้งแต่ต้นเรื่อง
-
56:44
ทารกนอนหลับสบายในกองไฟเหมือนอยู่ในกลีบดอกบัว และรุ่งขึ้นสัปเหร่อพบว่ายังไม่ตาย
แม้เนื้อท้องไหม้จนหมดแล้ว ทารกกลับไม่ไหม้ ยังคงนอนหลับสบายเหมือนนอนอยู่ในห้องกลีบดอกบัว ด้วยอานุภาพของผู้ที่เกิดมาเพื่อเป็นภพชาติสุดท้าย คือกำลังบารมีเต็มเปี่ยมแล้ว จะมาเกิดเป็นมนุษย์ชาติสุดท้ายและเป็นพระอรหันต์ แม้ถูกภูเขาสิเนรุที่ใหญ่กว่าโลกใบนี้ทับก็จะไม่สิ้นชีวิตจนได้บรรลุธรรม วันรุ่งขึ้นพวกสัปเหร่อกลับมาเพื่อจะดับเชิงตะกอน ก็เกิดความอัศจรรย์ใจที่เห็นทารกนอนอยู่บนเชิงตะกอน ทั้งที่ใช้ฟืนมากขนาดนั้นกับศพเดียว
-
59:22
หมอดูทำนายสองทาง ตั้งชื่อสังกิจจะ แล้วขอบวชเพื่อแสวงหาทางที่ไม่ต้องตาย
เพราะเป็นเรื่องอัศจรรย์จึงต้องหาคนที่มีความรู้มาดู หมอดูทำนายว่าถ้าทารกนี้อยู่ครองเรือน หมู่ญาติตลอดเจ็ดชั่วเครือสกุลจะไม่ยากจน แต่ถ้าออกบวชจะได้บรรลุธรรมและมีสมณะห้าร้อยรูปเป็นลูกศิษย์ หมู่ญาติตั้งชื่อว่าสังกิจจะเพราะไฟไหม้ไม่ตายและหางตาถูกหลาวแทง แล้วมอบให้เป็นลูกศิษย์ของพระสารีบุตร เมื่ออายุเจ็ดปีท่านเพิ่งได้ยินเรื่องของตัวเอง จึงเกิดความสลดสังเวชในการเกิดบ่อย ๆ บอกหมู่ญาติว่าแม้รอดพ้นจากความตายมาได้ สักวันก็ต้องตายอยู่ดี จะขอบวชเพื่อแสวงหาทางที่ไม่ต้องตายอีกต่อไป เพราะถ้าไม่เกิดก็ไม่ตาย หมู่ญาติก็อนุโมทนาว่าตั้งใจไว้อย่างนั้นเหมือนกัน
-
1:02:20
พระสารีบุตรบอกกรรมฐาน โกนผมเสร็จสังกิจจะก็บรรลุพระอรหันต์พร้อมปฏิสัมภิทา
หมู่ญาตินำสังกิจจะไปหาพระสารีบุตรและขอร้องให้ท่านช่วยบวชให้ ท่านให้กรรมฐานคือแนะนำวิธีเจริญภาวนาโดยมีผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นอารมณ์ไปพร้อมกับปลงผม ครูไม่ใหญ่เทียบกับที่หลวงปู่สอนให้นึกปอยผมไว้ในกลางกาย นึกว่าโคนชี้ไปทางไหนปลายชี้ไปทางไหน จนใจหยุดนิ่งเห็นปอยผมใสเป็นแก้ว แล้วปอยผมนั้นรวมตัวเป็นดวงใส คือเข้าถึงดวงธรรม สังกิจจะก็ทำตามไปเรื่อย ๆ ใจหยุดนิ่งอยู่ภายใน พอปลงผมเสร็จก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมปฏิสัมภิทาทันที เพราะมีบารมีมาก
-
1:09:22
คณะเดินทางร้อยยี่สิบโยชน์ถึงหมู่บ้านหนึ่ง ชาวบ้านนิมนต์ให้อยู่จำพรรษา
คณะจาริกไป เดินทางถึงร้อยยี่สิบโยชน์จนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ชาวบ้านเห็นภิกษุสงฆ์เดินธุดงค์ผ่านมาก็เกิดจิตเลื่อมใส ถวายอาหารบิณฑบาตด้วยความเคารพ แล้วถามว่าจะเดินธุดงค์ไปไหน เมื่อทราบว่ากำลังหาสถานที่สัปปายะเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม จึงกราบนิมนต์ให้อยู่จำพรรษาที่หมู่บ้านนี้ โดยชาวบ้านจะสมาทานศีลห้าและรักษาศีลอุโบสถ พระทุกรูปเห็นโยมมีศรัทธาแรงกล้าจึงรับนิมนต์ แล้วครูไม่ใหญ่บอกว่าหมดกระดาษแล้ว ไว้ต่อพรุ่งนี้
-
1:10:43
มหาทุคตะตอนที่เจ็ด ฝนรัตนชาติตกท่วมบ้านจนได้รับตำแหน่งเศรษฐี
ทบทวนว่าตอนที่แล้วมหาทุคตะได้ถวายภัตตาหารแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วอุ้มบาตรไปส่งที่พระวิหาร เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นภรรยาและลูก ๆ ออกมานั่งอยู่ข้างถนน เพราะฝนรัตนชาติตกจนท่วมล้นออกมานอกบ้าน เขาจึงไปกราบทูลขอเกวียนหนึ่งพันเล่มจากพระราชาเพื่อไปขนรัตนชาติมา เมื่อขนมากองไว้ที่พระลานหลวงก็กองสูงขนาดต้นตาล พระราชาให้ประชุมชาวเมืองแล้วตรัสถามว่ามีใครมีทรัพย์มากขนาดนี้บ้าง เมื่อทรงทราบว่าไม่มีใครมี จึงพระราชทานตำแหน่งเศรษฐีให้แก่เขา
-
1:12:13
เศรษฐีอดีตมหาทุคตะถวายมหาทานตลอดชีวิต ไปเทวโลก แล้วมาเกิดในตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตร
เมื่อได้ตำแหน่งเศรษฐี ชีวิตก็มีความสุขสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องทำงานรับจ้างเหนื่อยยากดังแต่ก่อน แต่ก็ไม่ลืมคุณค่าของบุญ ได้ถวายมหาทานแด่ภิกษุสงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน และสั่งสมทานบารมีเรื่อยมาจนตลอดอายุขัย เมื่อละโลกแล้วได้ไปบังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกชั้นต่าง ๆ สิ้นพุทธันดรหนึ่ง มาถึงสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา จึงจุติมาเกิดในครรภ์ธิดาคนโตของตระกูลอุปัฏฐากพระสารีบุตรในกรุงสาวัตถี ด้วยบุญของเด็กในครรภ์ทำให้มารดาแพ้ท้อง อยากถวายทานแก่ภิกษุห้าร้อยรูปโดยมีพระสารีบุตรเป็นประธาน ด้วยอาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียน และตัวเองก็อยากนุ่งผ้ากาสาวพัสตร์นั่งบนอาสนะต่อท้ายพระภิกษุ เมื่อทำตามแล้วอาการแพ้ท้องก็ระงับไป มารดาบิดายังทำบุญอย่างนั้นถึงเจ็ดครั้งขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นผลบุญจากการถวายอาหารปรุงด้วยปลาตะเพียนตอนเกิดเป็นมหาทุคตะนั่นเอง
-
1:17:46
พระสารีบุตรเตือนว่าการบวชทำได้ยาก แล้วบวชให้เป็นสามเณรในเย็นวันนั้น
มารดานิมนต์พระเถระมาฉันที่บ้าน แล้วประชุมหมู่ญาติให้ช่วยทำสักการะแก่ลูก ภายในวันนั้นมารดาบิดาและหมู่ญาติก็ทำการเฉลิมฉลองให้อย่างยิ่งใหญ่ ถึงเวลาเย็นก็พาไปสู่พระวิหารและมอบถวายแก่พระเถระ พระสารีบุตรบอกให้เขาทราบว่าการบวชเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เป็นอยู่ด้วยความลำบาก ต้องนอนคนเดียว ฉันมื้อเดียว เมื่อเขารับรองว่าจะทำตามโอวาท ท่านจึงบอกกรรมฐานโดยให้พิจารณาผม ขน เล็บ ฟัน หนัง แล้วให้รับไตรสรณคมน์ รับศีล และบวชเป็นสามเณรในเย็นวันนั้น ส่วนมารดาบิดาพักอยู่ในพระวิหารเพื่อถวายภัตตาหารแก่ภิกษุสงฆ์โดยมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข ด้วยอาหารที่ปรุงด้วยปลาตะเพียนอย่างเดียวตลอดเจ็ดวัน แล้วจึงกลับไปยังเรือนของตน