พระเจ้ากาสิกราช
tag ที่มักมาด้วยกัน:
ทศชาติชาดก
พระเตมีย์
สุนันทสารถี
พระนางจันทาเทวี
ลงโทษมหาโจรสี่คน
บริวารห้าร้อย
นิ่งอย่างพระเตมีย์
ออกบวชตามทั้งเมือง
-
1:26:01
ละครพระเตมีย์ ตอนที่ 10 ทดลองด้วยไฟใต้แท่นบรรทม และหญิงนักฟ้อนจนพระกายแข็งเหมือนท่อนไม้
ละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนที่สิบ ทวนตอนที่แล้วที่ทดลองด้วยสิ่งปฏิกูลจนแมลงวันรุมตอม ปีต่อมาทดลองด้วยกระเบื้องไฟใต้พระแท่นบรรทม พระราชกุมารร้อนทั่วกายแต่ไม่ขยับ พระราชบิดาพระราชมารดาทนไม่ได้เข้าไปอุ้มออกมา ผ่านไปสิบห้าปีไม่เป็นผล อำมาตย์เห็นว่าพระกุมารอายุสิบหกแล้วจึงเสนอทดลองด้วยหญิงนักฟ้อน พระเจ้ากาสิกราชสัญญาว่าหญิงใดผูกใจได้จะอภิเษกเป็นอัครมเหสี พระโพธิสัตว์พิจารณาเห็นร่างกายเป็นเพียงกระดูกเนื้อเลือดเอ็นหนังหุ้มด้วยอาภรณ์ เหมือนบ่วงที่เนื้อเห็นแล้วหนี แล้วอธิษฐานด้วยบารมีไม่ให้หญิงเหล่านั้นแตะต้องกาย กลั้นลมหายใจจนพระสรีระแข็งเหมือนท่อนไม้ หญิงนักฟ้อนตกใจคิดว่าเป็นยักษ์จำแลงแล้ววิ่งหนี ทดลองสลับกันอยู่หนึ่งปีเต็มก็ไม่หวั่นไหว
-
1:33:06
ละครพระเตมีย์ ตอนที่ 10 ต่อ โหราจารย์ทูลเท็จว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี ต้องกำจัด ไฟล์จบที่คำว่าพักสักหน่อย
พระเจ้ากาสิกราชสิ้นหวังว่าราชวงศ์จะดับสูญ จึงเรียกโหราจารย์มาถามด้วยความพิโรธว่าเหตุใดพระกุมารไม่เป็นไปตามคำทำนายว่าจะเป็นใหญ่เหนือทวีปทั้งสี่ โหราจารย์ตอบไม่ตรงคำถามจนทรงกริ้วหนัก สุดท้ายโหราจารย์คนหนึ่งเอาตัวรอดด้วยการทูลเท็จว่ารู้แต่แรกว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี แต่ไม่กล้าทูลเพราะเกรงพระทัย ละครสอดแทรกว่าคนพูดเท็จมักอ้างความจำเป็นโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น แล้วโหราจารย์ยกเมฆต่อว่าถ้ายังเลี้ยงไว้จะเกิดอาเพทสามประการ อันตรายต่อพระชนม์ชีพ ราชบัลลังก์ล่มสลาย และพระอัครมเหสีสิ้นพระชนม์ ต้องรีบกำจัด พระราชาทรงเชื่อ แต่ยังตัดสินไม่ได้เพราะมีพระนางจันทาเทวีผู้เป็นพระมารดา ละครจบด้วยคำว่าโปรดติดตามตอนต่อไป ไฟล์จบที่ 6156 ตรงคำว่าพักสักหน่อย ไม่มีกรณีศึกษาที่เกริ่นไว้ตอนต้นรายการ ไม่มีบทประจำวันและช่วงปิดรายการในไฟล์ จึงเป็นไฟล์ที่ขาดท้ายรายการ (ต้นรายการครบ)
-
1:18:30
ละครพระเตมีย์ พระกายแข็งเหมือนท่อนไม้ต่อหน้าหญิงนักฟ้อน และโหราจารย์ทูลเท็จว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี
ละครทศชาติชาดกเรื่องพระเตมีย์ ต้นช่วงไม่มีบรรทัดถอดเสียงจึงไม่รู้ว่าละครเริ่มตรงไหนและเป็นตอนที่เท่าไร ส่วนที่ถอดได้เริ่มที่พระโพธิสัตว์พิจารณาหญิงงามว่าเป็นเพียงเนื้อเลือดกระดูกหนัง อธิษฐานไม่ให้หญิงเหล่านั้นแตะต้องกาย กลั้นลมหายใจจนพระสรีระแข็งกระด้าง หญิงงามคิดว่าเป็นยักษ์จำแลงแล้ววิ่งหนี พระเจ้ากาสิกราชสิ้นหวังและขัดเคืองคำทำนายว่าพระกุมารจะเป็นใหญ่เหนือทวีปทั้งสี่ เรียกพราหมณ์ปุโรหิตมาถาม โหราจารย์คนหนึ่งเอาตัวรอดด้วยการทูลว่าพระกุมารเป็นกาลกิณี ถ้าเลี้ยงไว้จะเกิดอาเพทต่อพระชนม์ชีพ ราชบัลลังก์ และพระอัครมเหสี ละครสอดแทรกว่าความกลัวทำให้คนทำผิดได้ทุกอย่างแม้เสียสัจจะ ขาดความจงรักภักดี และทำบาปโดยไม่รู้ตัว
-
1:23:01
ละครพระเตมีย์ โหราจารย์ทูลให้นำพระกุมารไปฝังทั้งเป็นที่ป่าช้า พระราชาลังเลแล้วทรงยอม
พระราชาหวาดหวั่นภัยจึงถามว่าควรทำอย่างไร โหราจารย์คิดว่าตนเกือบไม่รอดเพราะพระกุมาร ละครสอดแทรกว่าทุกคนรักตน การโยนความทุกข์ให้ผู้อื่นโดยไม่คำนึงว่าเขาก็รักตัวเองไม่เป็นธรรม โหราจารย์ทูลขอพระราชทานอภัยแล้วเสนอให้นำพระเตมิยกุมารขึ้นบรรทมบนรถเทียมม้าอัปมงคล ให้สารถีขับออกประตูทิศตะวันตก ไปฝังทั้งเป็นที่ป่าช้านอกเมือง แล้วสวัสดิมงคลจะเกิดแก่พระองค์ พระราชาสะเทือนพระทัยเพราะเท่ากับยอมให้ฆ่าพระโอรสเอง ทรงลังเล พระพักตร์หมองและพระเนตรแดงก่ำ โหราจารย์เร่งถามอีก พระเจ้ากาสิกราชจึงตั้งสติ ลุกขึ้นตรัสว่าความสงบสุขของบ้านเมืองสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ให้ทำตามที่เห็นสมควร แล้วเสด็จกลับพระตำหนัก เหล่าอำมาตย์สรรเสริญ (ช่วงนี้ถอดเสียงเพี้ยน) แล้วโหราจารย์กับเสนาบดีปรึกษากันเพื่อทำตามรับสั่ง
-
1:30:10
ละครพระเตมีย์ พระนางจันทาเทวีทูลขอชีวิตพระโอรส พระราชายืนกรานไม่คืนคำ
พระนางจันทาเทวีทรงทราบเรื่องก็ตกพระทัยแทบสิ้นสติ รีบเข้าเฝ้าพระสวามีทูลทั้งน้ำตาขอให้ยับยั้งไว้ก่อน พระเจ้ากาสิกราชปฏิเสธว่ากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ พระนางต่อรองว่าพระโอรสไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร มีแต่พวกเราที่ทำทุกข์ให้พระกุมาร ขอเลี้ยงดูพระโอรสเองโดยไม่ให้ระคายเคือง แต่พระราชายืนกรานว่าถ้าไม่ทำตามคำที่ตรัสไว้คนทั้งหลายจะไม่เชื่อถือ ละครจบด้วยว่าพระเทวีจะมีวิธีการอย่างไรโปรดติดตามตอนต่อไป
-
1:01:46
ละครพระเตมีย์: สารถีทูลพระนางจันทาเทวีว่าพระราชกุมารไม่ได้ง่อยเปลี้ย พระเจ้ากาสิกราชจัดขบวนสามวันเสด็จไปชายป่า
มินิซีรีส์พระเตมีย์ ถอดเสียงเริ่มกลางฉาก (ช่วงเปิดละครไม่มีบรรทัดถอดเสียง) สุนันทสารถีกราบทูลพระนางจันทาเทวีว่าพระราชกุมารมิได้เป็นง่อยเปลี้ย แต่ไม่ปรารถนาครองราชสมบัติเพราะระลึกชาติได้ว่าชาติก่อนเคยครองราชย์แล้วต้องไปชดใช้กรรมในนรกถึงแปดหมื่นปี จึงอดทนนิ่งเฉยไม่ขยับพระหัตถ์พระบาท ไม่ตรัสอะไร ให้คนเข้าใจว่าง่อยเปลี้ยใบ้ เพื่อจะได้ออกจากพระนครไปผนวช ตอนนี้ปลอดภัยดีและรับปฏิญญาว่าจะรออยู่ที่ชายป่า สารถีรับอาสานำเสด็จ พระเจ้ากาสิกราชทรงดีพระทัย รับสั่งอำมาตย์เสนาบดีเตรียมรถ ประดับช้าง ป่าวประกาศชวนชาวพระนคร จัดขบวนอยู่สามวันจึงเคลื่อนพลไปพร้อมชาวเมืองเกือบทั้งหมด ถึงราวป่าสารถีชี้บรรณศาลาที่ประทับของพระเตมีย์
-
1:04:28
ละครพระเตมีย์: พระเตมีย์ฤๅษีต้อนรับพระราชบิดาที่หน้าอาศรม ต่างไต่ถามทุกข์สุข ทูลถามว่ายังรักษาศีลห้างดสุราอยู่หรือ
พระเจ้ากาสิกราชรีบเสด็จเข้าอาศรมก่อน พระนางจันทาเทวีกับนางสนมตามมาภายหลัง พระเตมีย์ซึ่งบัดนี้ผนวชเป็นฤๅษีแล้วเสด็จลงมาต้อนรับหน้าอาศรม ตรัสถามพระพลานามัย พระราชาตอบว่าสบายดี แล้วถามว่าเคยสุขสบายในวัง มาอยู่ป่าเปลี่ยวลำบากจะอยู่ได้อย่างไร พระเตมีย์ตอบว่าป่าสงบสงัดทำให้สงัดทั้งกายและใจ โรคภัยไม่เบียดเบียน ละครอธิบายว่าเป็นธรรมเนียมบัณฑิตที่พบกันแล้วถามทุกข์สุข เพราะรู้ว่าชีวิตเป็นทุกข์ ความทุกข์เป็นพื้นฐานของชีวิต จากนั้นพระเตมีย์ทูลถามว่ายังรักษาศีลห้า งดสุราเมรัยได้ดีอยู่หรือ ชนบท เมืองหลวง และท้องพระคลังยังบริบูรณ์หรือ พระราชาตอบว่ามั่นคงในศีลห้า ไม่ได้ดื่มสุรา บ้านเมืองสมบูรณ์ดี
-
44:31
ละครพระเตมีย์ตอนอวสาน: พระเจ้ากาสิกราชมอบราชสมบัติให้กลับไปครองก่อน พระเตมีย์ตอบว่าทรัพย์กับเราต้องพลัดพรากกัน สัตว์เกิดมาต้องตาย
มินิซีรีส์พระเตมีย์ผู้ยิ่งด้วยเนกขัมมบารมี ตอนอวสาน ทวนความจากตอนที่แล้วว่าพระเตมีย์ราชฤๅษีถูกพระราชบิดาเชื้อเชิญให้กลับไปครองราชย์เพราะยังหนุ่ม พระเตมีย์ทูลว่าผู้จะบวชควรบวชตั้งแต่ยังหนุ่ม ราชสมบัติเป็นเหตุให้ก่ออกุศลกรรมมาก ชาติก่อนเคยครองราชย์ยี่สิบปีแต่ต้องเสวยทุกข์ในนรกแปดหมื่นปี พระราชาฟังธรรมแล้วน้อมใจไปในการบรรพชา ดำริว่าจะบวชเสียแต่ในบัดนี้ไม่กลับพระนคร แต่ยังห่วงว่าพระโอรสควรกลับไปครองราชย์ มีพระชายาและบุตรธิดาก่อนแล้วค่อยบวช จึงมอบราชสมบัติ สนมนารี และราชนิเวศให้ พระเตมีย์ทูลว่าอย่าเชื้อเชิญด้วยราชสมบัติเลย เพราะบางคราวทรัพย์ก็พลัดพรากจากเราไปก่อน บางทีเราก็พลัดพรากจากทรัพย์ไปก่อน สัตว์ที่เกิดมาล้วนต้องตาย เหมือนผลไม้แก่ต้องหล่น เห็นกันเวลาเช้า เวลาเย็นตายจากกันก็มี
-
48:32
ละครพระเตมีย์: พระเจ้ากาสิกราชออกผนวช เปิดท้องพระคลังให้ขนไปแต่ไม่มีใครเอา ชาวเมืองพาราณสีออกบวชเป็นฤๅษีทั้งหมด เมืองกลายเป็นเมืองร้าง
พระเจ้ากาสิกราชทรงทราบว่าพระโอรสไม่มีเยื่อใยในราชสมบัติเลย จึงตัดอาลัยในราชบัลลังก์ ตั้งใจออกผนวชอย่างแน่วแน่ รับสั่งให้ตีกลองป่าวประกาศทั่วพระนครว่าผู้ใดศรัทธาจะบวชตามพระเตมีย์ก็จงบวชเถิด แล้วให้เปิดท้องพระคลังทั้งหมด จารึกแผ่นทองคำติดไว้ที่ท้องพระโรงว่าผู้ใดต้องการทรัพย์ก็จงมาขนไป แต่ไม่มีใครต้องการ ชาวเมืองกลับทิ้งบ้านทิ้งเมืองไปสู่สำนักพระเตมีย์เป็นจำนวนมาก พระราชา พระอัครมเหสี เสนามหาอำมาตย์ และมหาชนชาวพาราณสีพากันออกบวชเป็นฤๅษีและฤๅษิณีทั้งหมด ในพื้นที่ราวหนึ่งโยชน์ที่ท้าวสักกเทวราชประทานให้ ซึ่งมีป่าไม้ออกดอกออกผลไม่จำกัดฤดูกาล พระโพธิสัตว์ให้ฤๅษิณีสร้างอาศรมอยู่ตอนกลาง ฤๅษีชายอยู่รอบนอก เมื่อผู้ใดเกิดความคิดในกามหรือพยาบาท พระเตมีย์จะประทับนั่งบนอากาศประทานโอวาท ผู้ทำตามต่างสำเร็จอภิญญาห้า สมาบัติแปด ส่วนพาราณสีเมื่อไร้พระราชาและรัชทายาทก็กลายเป็นเมืองร้าง เหลือแต่เด็ก คนแก่ และนักเลงสุราที่ยังตกอยู่ในความประมาท