ep055 ผังเวลา 41 ช่วง
วัดพระธรรมกาย (73) หยุดใจนิ่ง (52) กัลยาณมิตร (41) ใจใส (39) หลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ (33) มรณานุสติ (30) ตักบาตร (18) ลาสิกขา (15) ที่สุดแห่งธรรม (14) พระอรหันต์ (14) เจ้าภาพ (12) ชัยภูมิ (9) ชวนบวช (8) ศีลแปด (8) ขุนรบ (5) คำถามเปลี่ยนชีวิต (5) ความจน (4) ธรรมยาตรา (4) พระของขวัญ (4) ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดชัยภูมิ (4) เมตตา (4) ความฝัน (3) คำถามทำไม (3) จุดอิ่มตัว (3) นางกิสาโคตมี (3) บวช (3) บ้านแท่น (3) สั่งสมบุญ (3) หมอลำ (3) โยนิโสมนสิการ (3) ข้าวจี่ (2) คาถาเศรษฐี (2) จงรวย (2) ทบทวนโอวาท (2) ทำวันนี้ให้ดีที่สุด (2) นายแพทย์ชัยยานันท์ (2) พระครูสังฆรักษ์ระเนตร สมิทฺธิโก (2) พระธาตุชัยภูมิ (2) พระไกรพิชญ์ สจฺจาธิโก (2) ภาษาอีสาน (2) ลูกชาวนา (2) วัฒนธรรมอีสาน (2) สวนบัวรีสอร์ท (2) เกิดมาเพื่ออะไร (2) เฉียดตาย (2) เภสัชกร (2) แกรมมี่โกลด์ (2) แผ่นดินธรรม (2) โรงพยาบาลบ้านแท่น (2) ขอบจักรวาล (1) คำถามเชิงปรัชญา (1) คำถามเป็นตัวเปิดไฟ (1) คำถามแรกกำหนดคำถามที่เหลือ (1) ชัยภูมิรวมใจวันพ่อ (1) ทุ่งนาสิบสี่ไร่ (1) นิทานนักธุรกิจกาแฟหก (1) ปรับใจ (1) ปัจฉิมโอวาท (1) ปากทางความคิด (1) ผู้จัดการวงหมอลำ (1) ฝึกสติ (1) มุมมอง (1) ยอมรับกรรม (1) ยอมรับความจริง (1) ยอมรับความตาย (1) ระเบิดอารมณ์ (1) ลูกตาย (1) ลูกศรอาบยาพิษ (1) วัดร้างเป็นวัดรุ่ง (1) ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนแท่นตะวัน (1) หยาดน้ำค้างปลายยอดหญ้า (1) หลักการตั้งคำถาม (1) อะไรที่พอทำได้บ้าง (1) อุบัติเหตุรถชนเสา (1) อุบายธรรม (1) เครือข่ายวัด 258 วัด (1) เมล็ดผักกาด (1) เมืองสาวัตถี (1) แก้ที่ใจ (1) แชมป์ชวนบวชระดับประเทศ (1) แดนเซอร์ (1) โครงการกฐินทั่วไทย (1) ไอดอลหนึ่งเดียวไม่มีสอง (1)
เปิดรายการยุคใหม่ด้วยช่วงชวนยิ้ม ทักทายและถามผู้ชมว่ายิ้มกันหรือยัง ก่อนเข้าสู่เพลงยิ้มแล้วรวย
เพลงยิ้มแล้วรวย ร้องว่ายิ้มไว้เป็นใบเบิกทาง ตกทุกข์บางครั้งก็มีคนยื่นมือช่วย หนุ่มบางคนไม่หล่อ สาวบางคนไม่สวย ความรู้ไม่มี แต่ยิ้มดีก็พารวย ใครยิ้มแล้วต้องรวย ใครยิ้มขอให้รวย
ช่วงถาม-ตอบประจำรายการ ถามว่าใครสั่งสมบุญทุกวันบ้าง เราเกิดมาทำไม ตอบว่าเกิดมาทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมี พระนิพพานอยู่ภายในตัวของเรา เริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 เหนือสะดือสองนิ้วมือ ด้วยวิธีทำใจหยุดนิ่งเฉย ๆ คนที่ทำไม่ได้มีแค่คนตาย คนบ้า และคนที่ไม่ได้ทำ ถ้าทำไม่ได้เพราะไม่ได้ทำ
เพลงชวนเดินทางสายบุญไปด้วยกัน ฉันจะชวนเธอไปสู่ที่สุดแห่งธรรม มีที่พักกลางทางคือดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ ชวนสั่งสมบุญไม่ให้ตกหล่นแม้แต่บุญเดียว เพื่อให้มีอุปกรณ์สร้างบารมีดีกว่าชาตินี้ ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ไปทุกภพทุกชาติ
ช่วงว่าคาถาประจำรายการ จงรวย จงรวย จงรวย และคาถาว่า ให้ ไม่ให้ก็ให้ ให้ ไม่ให้ก็ให้ ให้ ย้ำว่าทำอย่างนี้แล้วจะรวยยิ่งกว่าเศรษฐี เพราะจะรวยไปทุกภพทุกชาติ ก่อนชวนฟังเพลงคาถาเศรษฐี
เพลงคาถาเศรษฐี ร้องว่ามันนี่ มันนี่ ทรัพย์จะไหลมาเทมาเอง โดยที่เราไม่ต้องตามหา ให้ ไม่ให้ก็ให้ ให้ ไม่ให้ก็ให้ ให้ นี่แหละหัวใจนักสร้างบารมี อยากได้ก็ทรัพย์มา ไม่อยากได้ก็ทรัพย์มา เฉย ๆ อยู่ก็ทรัพย์มา
เข้าสู่ช่วงทบทวนโอวาท นำเรื่องราวของขุนรบชัยภูมิ ผู้พลิกผืนนาเป็นแผ่นดินธรรม จากศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดชัยภูมิ มาให้ฟังซ้ำอีกครั้ง ชมว่าเป็นเรื่องราวที่ต้องปรบมือให้อย่างสูง
เพลงนักบุญอีสาน ต้อนรับสู่แดนสวรรค์ของภุมเทวา แดนแห่งเนื้อนาบุญของผู้แสวงบุญ เรานักบุญอีสานจะคอยต้อนรับท่านด้วยหัวใจปรีดา ขอเชิญแขกผู้มีบุญมาสู่ลานบุญแห่งสันติธรรม
แนะนำพระครูสังฆรักษ์ระเนตร สมิทฺธิโก ประธานศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดชัยภูมิ เจ้าของเรื่องเล่า ท่านบอกว่าก่อนจะมาถึงจุดนี้เส้นทางชีวิตไม่ใช่เส้นตรง แต่โค้งไปโค้งมาและเลี้ยวหักศอกจนแทบออกนอกโค้ง เคยเป็นผู้จัดการร้านขายยาระดับประเทศ ไปจนถึงผู้จัดการศิลปินหมอลำชื่อดังสังกัดแกรมมี่โกลด์
เล่าว่าเป็นลูกชาวนาบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ สมัยเด็กยากจนจนต้องถามฟ้าถามดินว่าเรียนเก่งระดับอำเภอแล้วทำไมยังต้องมาเจอความจน จึงเขียนปณิธานติดสมุดว่าจะทำวันนี้ให้ดีที่สุดเหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต จนสอบติดคณะเภสัชศาสตร์และก้าวสู่วิชาชีพเภสัชกร ได้เปิดร้านขายยาของตัวเอง
ชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนตอนเป็นเภสัชกรที่โรงพยาบาล เมื่อนายแพทย์ชัยยานันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแท่น ใช้กุศโลบายพาไปปฏิบัติธรรมที่สวนบัวรีสอร์ท ท่านเป็นกัลยาณมิตรคนสำคัญและเป็นต้นบุญที่ชักชวนให้ก้าวเข้าสู่วัดพระธรรมกาย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่สุดเหนื่อยและมีปัญหารุมเร้าหัวใจ
วันที่สามของการปฏิบัติธรรม ฝันเห็นพระผู้เฒ่ารูปหนึ่งกำลังแจกพระของขวัญ แล้วกวักมือเรียกว่าเอ็งมารับพระของขวัญ มารู้ทีหลังว่าคือหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ หลังตื่นจากฝันในวันต่อมาได้สัมผัสความสว่างภายในและใจหยุดนิ่งอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เดินออกจากห้องปฏิบัติธรรมน้ำตาไหลพรากราวกับก๊อกรั่ว เป็นความสุขที่หาไม่ได้จากยาขนานใดในโลก จากนั้นเข้าสู่โหมดศรัทธาเต็มสูบ และพบว่าถ้าชีวิตมีปัญหาเมื่อไหร่ให้ถือศีลแปด จะพบทางแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน
เคยหลงทางไปเป็นผู้จัดการวงหมอลำ ทั้งที่ตัวเองลำไม่เป็นและร้องไม่เป็น ต้องดูแลแดนเซอร์ หางเครื่อง และนักดนตรีรวมเกือบสองร้อยชีวิต เดินสายแสดงปีละสองร้อยงาน ชีวิตประดังสุด ๆ อยู่ห้าปี
พอถึงจุดอิ่มตัวก็เกิดคำถามกับตัวเองว่าแล้วไงต่อ จึงมีความรู้สึกอยากไปปฏิบัติธรรมขึ้นมาเอง เมื่อได้ไปปฏิบัติธรรม ความอยากบวชก็พรั่งพรูออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย จึงประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะบวช และก่อนที่จะได้ข้อสรุปใด ๆ ขณะขับรถลงเขาก็เกิดอุบัติเหตุรถชนเสาจนรถหมุนกลับหลังหัน แต่รอดชีวิตมาได้
ตอนแรกแจ้งไว้ว่าจะบวชประมาณสี่สิบวัน ทั้งที่มีงานเงินเดือนระดับหกหลักรออยู่ แต่เมื่อบวชแล้วได้ฟังสิ่งที่หลวงพ่อสอนว่าเกิดมาเพื่ออะไร เป้าหมายของชีวิตก็เปลี่ยนไป จึงกราบขอถวายชีวิตเป็นขุนรบของหลวงพ่อตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
เพลงคำของหลวงพ่อ ร้องว่าทุกดวงใจสว่างจากภายใน ฉันคือลูกพระของหลวงพ่อ คนที่เคยเดินหลงอยู่กลางโลก วันนี้รู้แล้วว่าชีวิตนี้มีมากกว่าที่เห็น และมีภารกิจที่แท้จริงอยู่ในใจ
ได้รับหน้าที่เป็นประธานศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดชัยภูมิ ตั้งแต่ชัยภูมิยังไม่มีอะไรเลย ไม่มีศูนย์ปฏิบัติธรรม เริ่มจากทุ่งนาสิบสี่ไร่ที่โยมพ่อบุญเลิศ อายุแปดสิบสี่ปี และโยมแม่ทองเรือง อายุเจ็ดสิบเจ็ดปี ยกให้ แล้วทุ่มเทสุดแรงเกิดเพื่อภารกิจของหมู่คณะ
จากทุ่งนาฟ้าโล่งค่อย ๆ พัฒนากลายมาเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนแท่นตะวัน จังหวัดชัยภูมิ สร้างสถานที่และสร้างคนให้เติบโตเคียงคู่กัน เป็นความภูมิใจสูงสุดของลูกชาวนาที่ได้เปลี่ยนแผ่นดินของครอบครัวให้เป็นแผ่นดินธรรม จากแรงปลูกข้าวเลี้ยงชีวิตผู้คน สู่แรงสร้างคนดีให้พระพุทธศาสนา แม้เจออุปสรรคมากมายก็ยังเข้มแข็งขึ้นเพราะนึกอยู่เสมอว่าหลวงพ่อมองเราอยู่และจะไม่ทอดทิ้งให้เดียวดาย โดยยึดคำสอนว่าใจใส ใจสบาย ทำอะไรก็สำเร็จ
เพลงประจำรายการ ใจใส ใจสบาย ทำอะไรก็สำเร็จ อยู่ในศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด ทำอะไรก็สำเร็จอย่างสบาย เป็นหลักวิชาที่หลวงพ่อสอนไว้
เคล็ดวิชาประจำตัวคือบอกทีมงานว่าเป้าชวนบวชสามร้อยคนมันจิ๊บ ๆ แล้วลุยงานบุญแบบติดเทอร์โบ เวลาชวนบวชใช้ภาษาอีสานบ้าน ๆ ว่า อีพ่อ อีแม่ ส่อยกันเด้อ ย้ำว่าการชวนบวชไม่ใช่ภาระของพระรูปเดียวแต่เป็นภารกิจร่วมกันของหมู่คณะ จนชัยภูมิคว้าอันดับหนึ่งด้วยจำนวนผู้บวชสามร้อยห้าสิบเจ็ดรูป ครองแชมป์ระดับประเทศแบบขาดลอย เพราะการบวชคือภารกิจร่วมกันในการสร้างคนดีและรักษาพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป
เพลงประจำศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนแท่นตะวัน มีศูนย์รวมใจ ศูนย์ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญภาวนา ขึ้นชื่อลือธรรม ผู้คนพากันมาสร้างบารมี เดินตามคำสอนสมเด็จพระชินสีห์ บวชพระเน้นทุกปี สร้างคนดีเผยแผ่พระธรรม มีตะวันธรรมเป็นหลักชัยมั่นในดวงจิต ทุ่มเทชีวิตสานปณิธานงานพระศาสนา
หลังได้แชมป์ก็จัดโครงการชัยภูมิรวมใจวันพ่อ ตักบาตรพระต่อทันทีที่พระธาตุชัยภูมิ ตอนนั้นแผนพอมีแต่เงินไม่พอมา พอนึกถึงหน้าโยมเจ้าภาพแล้วโทรไป เจ้าภาพทั้งสิบสองท่านก็โอนไวระดับสายฟ้าแลบ งานสำเร็จลุล่วงจนลานพระแทบแตก
มุ่งสร้างเครือข่ายกับพระสังฆาธิการทั่วจังหวัดชัยภูมิผ่านโครงการกฐินทั่วไทย มีวัดเข้าร่วมถึง 258 วัด ใช้โอกาสนี้เดินหน้าเข้าหาพระเถระเจ้าอาวาสในแต่ละพื้นที่เพื่อสร้างความคุ้นเคย ความสัมพันธ์ และความร่วมมือในงานพระพุทธศาสนา วัดที่ได้รับกฐินจากหลวงพ่อกลายเป็นเครือข่ายพันธมิตรในการชวนคนเข้าวัดและชวนคนบวช โดยท่านรับหน้าที่ประสานงานและพัฒนาวัดร้างกลับมาเป็นวัดรุ่งรวมเก้าแห่งทั่วจังหวัดชัยภูมิ
เพลงสรุปเส้นทางชีวิต จากเด็กบ้านนาที่มีแค่คำหนึ่งเขียนไว้ในใจว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุดเหมือนวันสุดท้ายของชีวิต ก่อนจะเข้าใจคำว่าหยุดก็เคยสุดมาหลายทาง จากทุ่งนากลายเป็นแผ่นดินธรรม จากหนึ่งใจที่ลุกขึ้นนำ รวมผู้คนให้มาทำดี ชัยภูมิเป็นแผ่นดินแห่งชัยชนะในธรรม ส่อยกันเด้อคนละไม้คนละมือ ขอเป็นขุนรบของหลวงพ่อแบบไร้ข้อแม้ไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม
เล่าถึงของกินชาวอีสานที่กรอบนอกนุ่มใน ยิ่งกินยิ่งอร่อย นั่นคือข้าวจี่ หรือข้าวเหนียวย่างชุบไข่ อาหารพื้นบ้านที่อยู่คู่วิถีชีวิตชาวอีสานมายาวนานและเป็นความรักความภูมิใจของคนชัยภูมิ ทุกปีทีมงานจึงร่วมกันทำข้าวจี่สูตรดั้งเดิมถวายพระธรรมยาตรา เพื่อสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่คู่แผ่นดินชัยภูมิ
บอกว่ามีหลวงพ่อเป็นไอดอลเพียงหนึ่งเดียวและไม่มีสอง มีหลวงพ่อคอยกำกับใจอยู่ตลอด จนทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จเป็นอัศจรรย์อยู่เสมอ ใครถามว่าท้อไหมก็ตอบว่าไม่เคย คำว่าท้อไม่มีในหัวใจ ไม่มีวันทำให้เหนื่อยใจ ขอเป็นขุนรบของหลวงพ่อแบบไร้ข้อแม้ตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม
เพลงสำเนียงคำเมือง ถามหยอกเป็นชั้น ๆ ว่าพูดครับ ตาซึ้ง ๆ เสียงนุ่ม ๆ ตัวสูง ๆ คำอ่อน ๆ อยู่มาไกล จะไว้ใจได้กา แล้วตอบยืนยันว่าไว้ใจได้
เพลงปิดช่วงทบทวนโอวาท มองหลวงพ่อทีไรก็ลืมใจในความหล่อ ใจที่เคยท้อก็จะขอติดตามไปถึงที่สุดแห่งธรรม เกิดมาชาตินี้ไม่เสียชาติเกิด ได้โอกาสอันประเสริฐเกิดเป็นลูกหลวงพ่อ รักหลวงพ่อ ก.ไก่ ล้านตัว รักชัวร์ ๆ ไม่มีเปลี่ยนแปลง จะตั้งใจนั่งสมาธิทุกวัน จะขยันสร้างบารมี
พระอาจารย์สรุปว่าได้ฟังทบทวนโอวาทและเรื่องราวปลื้มใจของเจ้าอาวาสและหัวหน้าศูนย์จากชัยภูมิ ชี้ให้เห็นว่าในโลกนี้มีคนที่รักดีอยากทำความดีอยู่มาก และความดีนั้นส่งต่อกันมาตั้งแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนกระทั่งเป็นวัดทั่วประเทศ ส่งต่อมาถึงหลวงพ่อและถึงพวกเราทุกคน ยกพุทธพจน์ที่เปรียบชีวิตเหมือนหยาดน้ำค้างที่ปลายยอดหญ้า คือแป๊บเดียว กว่าจะรู้ซึ้งเวลาก็ผ่านมาไกลและร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ฉะนั้นการเสียเวลาไปท้อจึงไม่เกิดประโยชน์
เข้าสู่หัวข้อเทศน์ของวันนี้ชื่อ คำถามเปลี่ยนชีวิต บอกว่าคำถามเพียงไม่กี่คำถามเปลี่ยนเส้นทางชีวิตคนมาเยอะแล้ว แล้วเริ่มด้วยนิทานเรื่องนักธุรกิจที่มีดีลนับร้อยล้านนับพันล้านรอไปปิดอยู่ เขาเดินลงจากชั้นสองของบ้านมาทบทวนเอกสารตัวจริงที่รอคู่ค้าเซ็น พร้อมวางแฟ้มใหญ่ไว้ข้างตัวระหว่างรออาหารเช้าที่ภรรยาจะยกมาเสิร์ฟ แล้วลูกสาววัยประมาณหกขวบที่ตั้งใจกดกาแฟมาให้พ่อก็สะดุด ทำกาแฟหกใส่พ่อและใส่เอกสารทั้งแฟ้ม
พ่อโกรธมากและถามตัวเองด้วยคำถามที่คุ้นเคยจากการทำงานว่าทำไมสิ่งนี้ถึงเกิด ทำไมเขาต้องมาเจอเรื่องนี้ พระอาจารย์ชี้ว่าคำถามสร้างปากทางของความคิดไว้ก่อนแล้ว ถามว่าทำไมเราต้องเจอ ความคิดก็พุ่งไปทางลบ คำถามที่ตั้งกับตัวเองจะกรอบตัวเราและกรอบความคิดให้แคบลง เปรียบเหมือนอยากพาน้ำไปทางซ้ายแต่หันสายยางไปทางขวา แล้วเทียบกับพระอาจารย์หัวหน้าศูนย์ที่เจออุปสรรคแต่ถามว่าจะทำอย่างไรให้มีขึ้นมา ไม่ได้ถามว่าทำไมมันไม่มี
เพราะถามว่าทำไมต้องเจอเรื่องนี้ พ่อจึงหันไปมองว่าลูกสอนกี่ครั้งแล้วยังซุ่มซ่าม ระเบิดอารมณ์ใส่ลูก ลูกที่ตกใจอยู่แล้วก็ร้องไห้ แม่ที่ทำครัวอยู่ก็หงุดหงิดต่อว่ามันหกไปแล้วจะดุลูกทำไม ทุกอย่างเลตไปหมด กว่าจะปลอบลูกเสร็จ กว่าจะอาบน้ำเปลี่ยนชุด กว่าจะกินข้าว ยังต้องกังวลว่าเอกสารต้องรีบไปปริ้นท์ที่บริษัท ส่วนลูกก็เครียดที่ตั้งใจดีแล้วถูกพ่อดุ และคิดว่าเรื่องของตัวเองไม่สำคัญหรือ ตอนลงจากรถไปโรงเรียนจึงปิดประตูเสียงดังใส่พ่อ พ่อยิ่งหงุดหงิด ซึ่งย่อมส่งผลถึงธุรกิจที่กำลังจะไปเจรจา
อธิบายว่าคำว่าทำไมในภาษาไทยมักถูกใช้ในบริบทหาเรื่องและแสดงความไม่พอใจมากกว่าอยากรู้เหตุผลจริง เป็นคำถามที่อยากเข้าใจเหตุผลแต่ไปต่อไม่ได้ เพราะเบื้องหลังคือการไม่อยากยอมรับผลลัพธ์หรือกรรมที่เกิดไปแล้ว ทั้งของตัวเองและของผู้อื่นที่กระทบกัน จึงทำให้เข้าใจปัญหาแต่มักไม่เห็นทางออกที่ชาญฉลาด พระอาจารย์แนะให้เปลี่ยนเป็นถามว่าอะไรทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น หรือดีกว่านั้นคือตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว อะไรที่พอทำได้บ้าง แค่เปลี่ยนคำถาม เส้นทางของคำตอบก็เปลี่ยน เปรียบเหมือนเลือกมองออกหน้าต่างรถบานไหน ทั้งที่อยู่ในรถคันเดียวกันแต่วิวที่เห็นไม่เหมือนกัน
ชวนให้ฝึกสติแล้วสังเกตว่าคำถามที่เราใช้ถามตัวเองมักพาเราไปทางที่ดีขึ้น หรือดึงใจให้เครียดและตกต่ำลง เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สำคัญมาก โดยเฉพาะคำถามแรกสุดจะเป็นตัวกำหนดคำถามที่เหลือ และถ้าอยากเปลี่ยนความคิดใคร การบอกคำตอบจะไม่ช่วยอะไร แต่การตั้งคำถามจะเปลี่ยนทิศทางให้เขาเห็นก่อน เปรียบเหมือนยังไม่จุดไฟในห้องแล้วบอกว่าของอยู่ทางซ้ายมือ เขาก็ย่อมไม่เห็น คำถามเป็นตัวเปิดไฟ แล้วจึงค่อยชี้บอกด้วยคำตอบ พร้อมย้ำว่าการใช้คำถามที่ถูกคือวิธีทำโยนิโสมนสิการ คือกลับมาขบคิดให้ความคิดของเราเฉียบคมก่อนจะไปหาคำตอบ
ยกเรื่องนางกิสาโคตมี หญิงสาวยากจนในเมืองสาวัตถีที่ได้แต่งงานเข้าตระกูลเศรษฐีและเคยถูกดูแคลนมาก่อน จนกระทั่งมีบุตรชาย แต่บุตรน้อยเสียชีวิตกะทันหันตอนเริ่มเดินได้ นางเสียใจจนเสียสติ และใช้คำถามเดียวถามตัวเองว่าลูกฉันตายแล้วมียาไหนรักษาได้ไหม นางโฟกัสแค่ว่าลูกควรจะรักษาได้โดยไม่มองความจริง จึงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความทุกข์ ไปกี่บ้านก็ไม่มียา ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนเสียสติ
ชี้ว่าเมื่อโฟกัสผิดจุด เราจะไม่จดจ่อกับความเป็นจริง เหมือนวันนี้ถ้าคนที่เรารักป่วยแล้วเราโฟกัสแค่ว่าเขาต้องหายให้ได้ พอถึงวันที่เขาตายเราก็ไม่ยอมรับ สติลอยไป ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งเสียประโยชน์ นางกิสาโคตมีตั้งคำถามแต่ว่าฉันอยากแก้ไข ไม่ได้ตั้งคำถามเพื่อสอบทวนและทำความเข้าใจ เมื่อนางไปเจอพระพุทธเจ้า พระองค์รู้ทันทีว่าต้องช่วยนางเพราะนางมีบุญที่จะเป็นพระอรหันต์ได้ และถ้าตอบตรง ๆ ว่าไม่มียา นางก็จะไม่ฟัง จึงตอบว่ามียารักษา เราพอช่วยได้ แต่เธอต้องช่วยเราก่อน นางจึงเริ่มเปิดรับ
พระพุทธเจ้าใช้คำถามบวกภารกิจอันแยบยล ให้นางไปหาเมล็ดผักกาดจากบ้านที่ไม่เคยมีคนตายแม้แต่คนเดียว เป็นอุบายให้นางได้เรียนรู้เองว่าทุกคนล้วนตาย เป็นการยอมรับความจริงอย่างละมุนละม่อม ไม่ใช่การตีแสกหน้าด้วยการตำหนินาง เมื่อนางถามจากปากตัวเองซ้ำ ๆ บ้านหนึ่ง บ้านสอง บ้านสาม ก็ถูกตอกย้ำว่าทุกบ้านมีคนตาย จนยอมรับได้ด้วยตัวเองว่าลูกตายแล้ว พระอาจารย์เสริมว่าเมล็ดผักกาดในยุคนั้นหาง่ายเหมือนไปขอน้ำมันพืชตามบ้านในยุคนี้ แต่หาเมล็ดผักกาดจากบ้านที่ไม่มีคนตายกลับหาไม่ได้ เพราะทุกบ้านล้วนมีคนตายแล้วก็ยังอยู่ได้ เพราะยอมรับความตาย
นิทานเรื่องที่สองเป็นเรื่องพระรูปหนึ่งที่บวชในพระศาสนาแล้วจิตวุ่นอยู่กับคำถามเชิงปรัชญาเรื่องขอบจักรวาล โลกเที่ยงหรือไม่ ดับแล้วจะไปไหน จักรวาลเป็นวงกลมพิสูจน์อย่างไร จิตกับกายเป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่ ถ้าพระพุทธองค์ไม่ตอบก็จะลาสิกขา จึงไปท้าทายตรง ๆ พระพุทธเจ้าไม่โกรธแต่ถามกลับว่าตอนที่เธอมาขอบวช เราเคยสัญญาไว้ก่อนไหมว่าจะตอบเรื่องนี้ และเธอเคยบอกไว้ไหมว่าจะบวชต่อเมื่อตอบเรื่องนี้ก่อน เมื่อพระรูปนั้นเบาลง พระองค์จึงยกอุปมาชายที่ถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษอาการสาหัส แต่ห้ามหมอถอนลูกศรและห้ามให้ยาจนกว่าจะรู้ว่าคนยิงชื่ออะไร มาจากไหน ธนูทำจากอะไร ชายคนนั้นย่อมตายก่อนได้ยินคำตอบทั้งหมด
สรุปหลักการตั้งคำถามกับตัวเอง ข้อหนึ่ง คำถามนี้นำไปสู่ภาพปลายทางอย่างไร ข้อสอง คำถามนี้ช่วยให้เราจัดการใจในปัจจุบันได้ดีขึ้นจริงหรือไม่ เหตุปัจจุบันถูกคลี่คลายกลมเกลียวแล้วไปต่อได้ไหม ข้อสาม คำถามนี้จงใจกระทบใครให้เจ็บช้ำน้ำใจหรือไม่ หรือพูดอีกอย่างว่าคำถามนี้เปี่ยมด้วยจิตเมตตาเต็มที่แล้วหรือยัง แม้กับตัวเองก็ต้องเมตตา ไม่ใช่ซ้ำเติมตัวเองว่าทำไมเราง่อแบบนี้ ให้เปลี่ยนเป็นว่ามันเกิดแล้ว เพราะอะไรนะ ครั้งหน้าเราจะได้แก้ไข และข้อสี่ คำถามนั้นนำไปสู่การรับผิดชอบและแก้ไขที่ใจตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นคำถามนั้นน่าถาม
ย้ำว่าพระพุทธเจ้ามักสาวไปหาเหตุเพื่อแก้ที่ใจที่ทุกข์ ทุกปัญหาในโลกถ้าไม่แก้ที่ใจ แม้เรื่องน่าถูกใจก็เป็นปัญหาร้าย เช่นอาหารเลิศรสมาเยอะเกินไปก็ยังเป็นปัญหาได้ เพียงเพราะตัวเราปรับใจไม่เป็น ถ้าถามว่าทำไมเขาต้องเอามาให้เยอะแยะ เขาไม่เห็นหรือว่าเราอิ่มแล้ว กับถามว่าอะไรทำให้เขาใจดีกับเราเช่นนี้ ก็เป็นคนละเรื่องเลยทั้งที่เป็นปัญหาเดียวกัน จึงฝากดอกจันไว้ว่าคำถามที่ขึ้นต้นด้วยทำไมโปรดใช้ความระมัดระวังในการถาม ทั้งกับตัวเองและกับผู้อื่น ให้เปลี่ยนเป็นอะไรทำให้เขาใส่ใจเรา อะไรทำให้เขาให้เวลาเรา อะไรทำให้เขาทุ่มเทแบบนี้ เพื่อเห็นในสิ่งที่ควรเห็นมากกว่า
ปิดท้ายว่าให้ตั้งคำถามเพื่อใช้ความเป็นจริงให้เป็นปัญญา ไม่ใช่ตั้งคำถามให้ความเป็นจริงนั้นกลายเป็นโทษ นี่จึงเรียกว่าโยนิโสมนสิการ หรือการสอนตัวเอง ฝากไว้เป็นกำลังใจให้นักสร้างบารมีทุกท่านว่าแม้เจอความยากลำบากก็ตั้งคำถามให้ตัวเองผ่านพ้นแล้วเห็นโอกาสไปได้ ดังเช่นพระอาจารย์ที่อยู่ในดินแดนแห่งชัยชนะคือชัยภูมิที่ได้ฟังในช่วงทบทวนโอวาท แล้วอนุโมทนากับนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลก