-
55:44
เข้าเรื่องคำถามเปลี่ยนชีวิต และนิทานนักธุรกิจที่ลูกทำกาแฟหกใส่
เข้าสู่หัวข้อเทศน์ของวันนี้ชื่อ คำถามเปลี่ยนชีวิต บอกว่าคำถามเพียงไม่กี่คำถามเปลี่ยนเส้นทางชีวิตคนมาเยอะแล้ว แล้วเริ่มด้วยนิทานเรื่องนักธุรกิจที่มีดีลนับร้อยล้านนับพันล้านรอไปปิดอยู่ เขาเดินลงจากชั้นสองของบ้านมาทบทวนเอกสารตัวจริงที่รอคู่ค้าเซ็น พร้อมวางแฟ้มใหญ่ไว้ข้างตัวระหว่างรออาหารเช้าที่ภรรยาจะยกมาเสิร์ฟ แล้วลูกสาววัยประมาณหกขวบที่ตั้งใจกดกาแฟมาให้พ่อก็สะดุด ทำกาแฟหกใส่พ่อและใส่เอกสารทั้งแฟ้ม
-
57:58
คำถามว่าทำไมต้องเกิดกับฉัน สร้างปากทางความคิดไปทางลบ
พ่อโกรธมากและถามตัวเองด้วยคำถามที่คุ้นเคยจากการทำงานว่าทำไมสิ่งนี้ถึงเกิด ทำไมเขาต้องมาเจอเรื่องนี้ พระอาจารย์ชี้ว่าคำถามสร้างปากทางของความคิดไว้ก่อนแล้ว ถามว่าทำไมเราต้องเจอ ความคิดก็พุ่งไปทางลบ คำถามที่ตั้งกับตัวเองจะกรอบตัวเราและกรอบความคิดให้แคบลง เปรียบเหมือนอยากพาน้ำไปทางซ้ายแต่หันสายยางไปทางขวา แล้วเทียบกับพระอาจารย์หัวหน้าศูนย์ที่เจออุปสรรคแต่ถามว่าจะทำอย่างไรให้มีขึ้นมา ไม่ได้ถามว่าทำไมมันไม่มี
-
1:00:12
ผลของคำถามผิด: ระเบิดอารมณ์ใส่ลูก แล้วทุกอย่างพังตามกันไปทั้งวัน
เพราะถามว่าทำไมต้องเจอเรื่องนี้ พ่อจึงหันไปมองว่าลูกสอนกี่ครั้งแล้วยังซุ่มซ่าม ระเบิดอารมณ์ใส่ลูก ลูกที่ตกใจอยู่แล้วก็ร้องไห้ แม่ที่ทำครัวอยู่ก็หงุดหงิดต่อว่ามันหกไปแล้วจะดุลูกทำไม ทุกอย่างเลตไปหมด กว่าจะปลอบลูกเสร็จ กว่าจะอาบน้ำเปลี่ยนชุด กว่าจะกินข้าว ยังต้องกังวลว่าเอกสารต้องรีบไปปริ้นท์ที่บริษัท ส่วนลูกก็เครียดที่ตั้งใจดีแล้วถูกพ่อดุ และคิดว่าเรื่องของตัวเองไม่สำคัญหรือ ตอนลงจากรถไปโรงเรียนจึงปิดประตูเสียงดังใส่พ่อ พ่อยิ่งหงุดหงิด ซึ่งย่อมส่งผลถึงธุรกิจที่กำลังจะไปเจรจา
-
1:07:04
นางกิสาโคตมี: ลูกน้อยตายจนเสียสติ เอาแต่ถามว่ามียาไหนรักษาได้
ยกเรื่องนางกิสาโคตมี หญิงสาวยากจนในเมืองสาวัตถีที่ได้แต่งงานเข้าตระกูลเศรษฐีและเคยถูกดูแคลนมาก่อน จนกระทั่งมีบุตรชาย แต่บุตรน้อยเสียชีวิตกะทันหันตอนเริ่มเดินได้ นางเสียใจจนเสียสติ และใช้คำถามเดียวถามตัวเองว่าลูกฉันตายแล้วมียาไหนรักษาได้ไหม นางโฟกัสแค่ว่าลูกควรจะรักษาได้โดยไม่มองความจริง จึงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความทุกข์ ไปกี่บ้านก็ไม่มียา ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนเสียสติ
-
1:16:12
หลักตรวจสอบก่อนตั้งคำถามสี่ข้อ
สรุปหลักการตั้งคำถามกับตัวเอง ข้อหนึ่ง คำถามนี้นำไปสู่ภาพปลายทางอย่างไร ข้อสอง คำถามนี้ช่วยให้เราจัดการใจในปัจจุบันได้ดีขึ้นจริงหรือไม่ เหตุปัจจุบันถูกคลี่คลายกลมเกลียวแล้วไปต่อได้ไหม ข้อสาม คำถามนี้จงใจกระทบใครให้เจ็บช้ำน้ำใจหรือไม่ หรือพูดอีกอย่างว่าคำถามนี้เปี่ยมด้วยจิตเมตตาเต็มที่แล้วหรือยัง แม้กับตัวเองก็ต้องเมตตา ไม่ใช่ซ้ำเติมตัวเองว่าทำไมเราง่อแบบนี้ ให้เปลี่ยนเป็นว่ามันเกิดแล้ว เพราะอะไรนะ ครั้งหน้าเราจะได้แก้ไข และข้อสี่ คำถามนั้นนำไปสู่การรับผิดชอบและแก้ไขที่ใจตัวเองให้ดีขึ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นคำถามนั้นน่าถาม