-
33:50
สารคดี: โรงเรียนบ้านเขาดินจัดกิจกรรมส่งกำลังใจให้พระที่ป่วยอยู่โรงพยาบาล
สารคดีพาไปดูน้อง ๆ โรงเรียนบ้านเขาดินที่ฝากความรู้สึกดี ๆ ส่งกำลังใจ เด็ก ๆ บอกว่าอยากให้พระที่โรงพยาบาลหายเร็ว ๆ ได้กลับมาสอนธรรมะและกลับมาบิณฑบาตอย่างเดิม อย่าท้อถอย ให้สู้ต่อไป ทางคณะครูและผู้ปกครองเต็มใจจัดกิจกรรมหลายอย่างในวันนี้ขึ้น เพื่อช่วยดูแลบำรุงพระพุทธศาสนาที่ได้รับความเดือดร้อนในด้านปัจจัยสี่ให้สืบต่อไป และอยากให้พระอาจารย์รู้ว่าประชาชนทางภาคกลางมีความห่วงใย ถึงแม้โรงเรียนจะอยู่ไกลแต่หัวใจไม่ไกลจากการทำความดี
-
43:49
สารคดีข่าว: งานสืบสานตำนานคนกับช้างที่สุรินทร์ เทเหล้าเผาบุหรี่และช้างเหยียบช้างขวด
รายงานข่าวจากจังหวัดสุรินทร์ว่าวัดป่าอาเจียงโดยพระอาจารย์เจ้าอาวาส หมู่บ้านเลี้ยงช้าง ร่วมกับส่วนราชการ สมาคมรวมใจไทยสุรินทร์ และคณะกัลยาณมิตร จัดงานสืบสานตำนานระหว่างคนกับช้าง ณ ศูนย์คชศึกษา อำเภอท่าตูม เมื่อวันที่ 12 ถึง 13 พฤศจิกายน 2548 พิธีกรรมสำคัญคือเทเหล้าเผาบุหรี่ โดยมีเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์เป็นประธานสงฆ์ ปลัดอำเภอท่าตูม และนายจา พนม ยีรัมม์ นักแสดงบู๊ที่เป็นลูกหลานคนสุรินทร์ นำประชาชนนับพันกล่าวปฏิญาณตนไม่ข้องเกี่ยวกับอบายมุขและสิ่งเสพติดทุกชนิด กิจกรรมที่สร้างสีสันคือช้างจริงนับสิบเชือกกระทำศึกยุทธหัตถีกับช้างขวด วิ่งชนเหยียบทำลายสิ่งจำลองของผลิตภัณฑ์เหล้าเบียร์ ช้างเซ็นชื่อด้วยงวงลงนามไม่เห็นด้วยกับการนำธุรกิจน้ำเมาเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ แล้วรับพวงหรีดดอกไม้จันทน์กับคบเพลิงจากประธานสงฆ์ไปเผาทำลาย ในงานยังมีพิธีจุดโคมประทีปถวายเป็นพุทธบูชาและปล่อยกระทงลอยฟ้า 500 ลูก
-
46:09
สัมภาษณ์ผู้จัดและผู้ร่วมงาน: ทำเป็นครั้งที่สี่แล้วและตั้งสัจจะเลิกเหล้าบุหรี่
สัมภาษณ์พระผู้ดำเนินการซึ่งบอกว่ารู้สึกสุขใจมากเพราะได้ต่อต้านน้ำเมามาโดยตลอด งานนี้เป็นครั้งที่สี่ที่ร่วมมือร่วมแรงกัน เพราะถ้าปล่อยให้ประชาชนเป็นอย่างนี้ต่อไป แม้ให้ศีลทุกครั้งก็ยังไม่ประสบผล แต่ถ้ามีแรงร่วมกันก็เชื่อว่าจะได้ประชาชนที่มีคุณภาพ และจะทำต่อไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดเพียงเท่านี้ ส่วนผู้ร่วมงานบอกว่าเมื่อคนเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ คุณภาพชีวิตและครอบครัวก็จะดีขึ้น ภาพรวมของจังหวัดจะดีขึ้นตามลำดับ และตั้งสัจจะว่าจะเลิกเหล้าเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด พร้อมช่วยรณรงค์ให้พี่น้องชาวพุทธลดละเลิกสิ่งที่ไม่ดีต่อไป
-
58:47
สารคดี: นำนั่งสมาธิว่าหยุดเป็นตัวสำเร็จ แล้วโยกปั้นจั่นตอกเสาเข็มต้นแรก
สารคดีเล่าว่าวันนั้นเหล่าพุทธบริษัทสี่จากทั่วทุกสารทิศทั้งในและต่างประเทศมาประชุมพร้อมกัน เมื่อพิธีเริ่ม พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยนำสาธุชนกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยและนำนั่งสมาธิ ทำใจหยุดนิ่งเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายภายในซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกสูงสุด ตามมหาอมตวาจาของหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญที่ว่าหยุดเป็นตัวสำเร็จ จากนั้นท่านประธานในพิธีไปประจำที่แท่นตอกเสาเข็มซึ่งตั้งอยู่กลางศูนย์กลางพิธี รายล้อมด้วยผู้มีบุญนับหมื่นนับแสน เมื่อปิดแผ่นทองที่เสาเข็มแล้วก็โยกปั้นจั่นตอกเสาเข็มมหามงคลต้นแรกเป็นปฐมฤกษ์ เสียงที่สะเทือนเลื่อนลั่นเสมือนสัญญาณแห่งชัยชนะที่ประกาศให้มนุษย์และปวงเทวาทราบว่ามหาวิหารพระมงคลเทพมุนีจะปรากฏในเร็ววัน แล้วทุกคนได้ร่วมกันตอกเสาเข็มมงคลต้นน้อยลงสู่ลานมหาวิหาร
-
1:01:37
มหาวิหารเพื่อตอบแทนพระคุณหลวงปู่ และเก้าปีผ่านมาจนถึงวันอัญเชิญจักรแก้ว
สารคดีสรุปว่าการสถาปนามหาวิหารทำเพื่อตอบแทนพระคุณอันยิ่งใหญ่ของหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้สละชีวิตนำวิชชาธรรมกายกลับคืนมาสู่มวลมนุษยชาติ ผู้มีส่วนร่วมย่อมได้บุญนับอสงไขยไม่ถ้วน เพราะมหาวิหารพระมงคลเทพมุนีคือปูชนียสถานที่สว่างไสวที่สุดในจักรวาล เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อทองคำและบันทึกเรื่องราวของมหาปูชนียาจารย์ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา จบสารคดีแล้วครูไม่ใหญ่บอกว่าชื่นใจ เก้าปีผ่านไปจากเสาเข็มต้นแรกเรื่อยมาจนถึงวันที่เราจะอัญเชิญจักรแก้วมาประดิษฐาน ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ในวันที่ 31 ธันวาคม 2548 วันสิ้นปี ชวนให้มากันแม้ไม่ได้อยู่ธุดงค์ แต่ถ้าอยู่ธุดงค์ด้วยก็จะได้บุญแรงเพราะได้เตรียมตัวเตรียมใจ
-
1:13:16
สารคดี: พระเจ้าพิมพิสารเสด็จชมปราสาทแก้ว และอชาตศัตรูคิดจะยึด
สารคดีเล่าว่าเมื่อผู้คนที่มาชมสมบัติของท่านโชติกเศรษฐีน้อยลง พระเจ้าพิมพิสารจึงเสด็จไปพร้อมข้าราชบริพาร เมื่อถึงซุ้มประตูที่หนึ่ง หญิงรับใช้ถวายมือให้พระราชาเพื่อนำเสด็จ แต่พระองค์ทรงละอายเพราะเข้าพระทัยว่าเป็นภรรยาของเศรษฐี จึงไม่วางพระหัตถ์บนแขนของนาง และเป็นอย่างนี้ทุกประตู เมื่อถึงหน้าปราสาท พื้นที่ประดับด้วยแก้วมณีปรากฏเหมือนเหวที่ลึก พระราชาทรงแคลงพระทัยว่าเศรษฐีขุดบ่อล่อให้ตกลงไป เศรษฐีจึงกราบทูลว่าไม่ใช่บ่อแล้วเดินนำเสด็จเอง ในครั้งนั้นพระราชกุมารอชาตศัตรูซึ่งยังทรงพระเยาว์ตามเสด็จมาด้วย เมื่อเห็นสมบัติก็ทรงดำริว่าพระบิดาเป็นถึงพระราชาแต่ประทับในพระราชมณเฑียรที่ทำด้วยไม้ ขณะที่คหบดียังได้อยู่ปราสาทแก้วเจ็ดประการ จึงตั้งใจว่าเมื่อได้เป็นพระราชาจะยึดเอาปราสาทนี้มาเป็นของตน
-
1:15:45
ข้าวปายาสเปียกในภาชนะทองคำที่ใช้ให้ความร้อน และอาหารที่ไม่มีวันหมด
เล่าว่าเมื่อถึงเวลาเสวย คนรับใช้ตักข้าวปายาสเปียกใส่ภาชนะทองคำวางไว้ตรงหน้าพระราชา พระองค์ทรงเริ่มจะเสวยเพราะคิดว่าเป็นอาหาร เศรษฐีจึงทูลห้ามว่านี่ไม่ใช่อาหารแต่เป็นข้าวปายาสเปียกสำหรับให้ความร้อน แล้วจึงตักอาหารใส่ภาชนะทองคำอีกใบวางบนถาดนั้น และแนะนำการเสวยด้วยไออุ่นที่ฟุ้งขึ้นมา พระราชาเสวยอาหารรสแปลกใหม่จนเพลิดเพลิน เศรษฐีต้องกราบทูลว่าเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว เพราะจะย่อยไม่ได้และจะเกิดความอึดอัด เมื่อพระราชาเสวยเสร็จ ข้าราชบริพารก็รับประทานอาหารนั้นต่อ ซึ่งแม้ทุกคนกินหมดแล้วก็ยังปรากฏเต็มภาชนะอยู่เช่นเดิม
-
1:17:35
อชาตศัตรูยกทัพไปยึดปราสาท แต่กำแพงแก้วสะท้อนกองทัพและยักษ์ไล่จนแตกพ่าย
เล่าว่าพระเจ้าอชาตศัตรูยังคิดจะยึดปราสาทเรื่อยมา กระทั่งเจริญวัยเป็นเจ้าชายผู้มีร่างกายแข็งแกร่ง เมื่อได้คบกับพระเทวทัตและปลงพระชนม์พระราชบิดาคือพระเจ้าพิมพิสารแล้วขึ้นครองราชสมบัติ ก็ยกทหารจำนวนมากไปยึดปราสาทและสมบัติของโชติกเศรษฐี แต่พอไปถึง กำแพงแก้วที่ใสกระจ่างสะท้อนให้เห็นภาพกองทัพของพระองค์เอง จึงสำคัญว่าเศรษฐีเตรียมการตอบโต้ ไม่อาจเสด็จเข้าไปได้ ฝ่ายยักษ์ที่รักษาซุ้มประตูซุ้มแรกก็เนรมิตกายให้ใหญ่โตแล้วไล่ตะเพิดพระเจ้าอชาตศัตรูและทหารจนแตกพ่ายกระจัดกระจายไปทั่วสารทิศ
-
1:19:10
ถอดแหวนของเศรษฐีไม่ออกแม้วงเดียว จนต้องลาดผ้าแล้วแหวนก็เคลื่อนออกเอง
เล่าว่าเช้าวันนั้นโชติกเศรษฐีบริโภคอาหารแต่เช้าตรู่แล้วไปพระวิหารเพื่อเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา พระเจ้าอชาตศัตรูแม้พ่ายแพ้แก่ยักษ์ก็ไม่ท้อถอย ตามเศรษฐีไปยังพระอารามเพื่อจะยึดทรัพย์ให้ได้ เศรษฐีจึงทูลว่าหากตนไม่ปรารถนาแล้ว แม้พระราชาผู้มีอานุภาพมากนับพันก็ไม่สามารถยึดเรือนและทรัพย์ของตนไปได้แม้เพียงเส้นด้าย แล้วทูลเชิญให้ทรงพิสูจน์ด้วยการถอดแหวนที่นิ้วมือของท่าน ปรากฏว่าแม้พระเจ้าอชาตศัตรูมีพละกำลังมหาศาลก็ถอดออกไม่ได้แม้วงเดียว ครั้นแล้วเศรษฐีให้ลาดผ้าสาฎกลงแล้วทำนิ้วทุกนิ้วให้ตรง แหวนเหล่านั้นก็เคลื่อนออกจากนิ้วมือเองอย่างน่าอัศจรรย์
-
1:20:47
เศรษฐีสลดใจในความโลภของพระราชา จึงออกบวชจนสมบัติอันตรธานหมด
เล่าว่าเมื่อเศรษฐีเห็นความโลภของพระราชาของตนก็รู้สึกสลดใจยิ่ง จึงปรารถนาจะออกบวชและทูลขอพระราชานุญาต พระเจ้าอชาตศัตรูรีบอนุญาตทันทีเพราะดำริว่าถ้าเศรษฐีบวชแล้วจะยึดปราสาทได้ง่ายขึ้น แต่ครั้นบวชแล้วไม่นานท่านก็ได้บรรลุอรหัตผลเป็นพระอรหันต์ ปราสาทเจ็ดชั้นพร้อมขุมสมบัติมหาศาลก็อันตรธานไปจนสิ้น แม้ภรรยาของท่านเทวดาก็นำนางกลับคืนสู่อุตรกุรุทวีปดังเดิม เพราะเป็นสมบัติเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นด้วยอานุภาพบุญของท่านเท่านั้น สารคดีสรุปว่าท่านเป็นเจ้าของสมบัติจักรพรรดิที่ตักไม่พร่อง อยู่อย่างมีความสุขเยี่ยงชาวสวรรค์ แต่เมื่อถึงคราวออกบวชก็สลัดตัดใจได้ เป็นผู้สมบูรณ์พร้อมทั้งทางโลกและทางธรรม