-
40:54
ทบทวนผู้มีบุญที่มีสมบัติจักรพรรดิ ก่อนเข้าเรื่องผู้ได้ขุมสมบัติจากยักษ์
ทบทวนว่าเคยศึกษาผู้มีบุญระดับบรมเศรษฐีที่มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องมาแล้ว ตั้งแต่ชฎิลเศรษฐีที่มีภูเขาทอง โชติกเศรษฐีที่มีปราสาทแก้วและขุมทรัพย์ตักไม่พร่อง และเมื่อวานนี้คือเมณฑกเศรษฐีที่มีแพะกายสิทธิ์ ใครต้องการอะไรก็ดึงด้ายออกมาจากปากแพะ วันนี้จะมาศึกษาผู้มีบุญที่ได้ขุมมหาสมบัติจากยักษ์ ซึ่งยักษ์ไม่ให้ใครง่าย ๆ ให้เฉพาะผู้มีบุญเท่านั้น
-
41:59
มินิซีรีส์การะวริยะเศรษฐี ตอนที่ 1: จนแล้วรวยทันใดด้วยอานุภาพบุญ
เปิดมินิซีรีส์การะวริยะเศรษฐี ผู้ได้ขุมมหาสมบัติจากยักษ์ ตอนที่หนึ่ง เกริ่นว่าอานุภาพของบุญมีพลังมหาศาล เมื่อบุญส่งผลอะไรก็ต้านไม่อยู่ คนที่ยากจนมาตั้งแต่เกิดหากมีใจเป็นบุญกุศลก็อาจกลับรวยขึ้นมาได้ในทันใด การให้ผลของบุญเป็นอจินไตย คิดตามและเข้าใจได้ยาก แต่เคยมีมาแล้วในอดีต คือเรื่องการะวริยะเศรษฐีที่มีสมบัติมากจนไม่อาจคำนวณนับได้ เดิมท่านและภรรยายากจนเข็นใจมาก ข้าวแต่ละมื้อก็แทบไม่มีกิน แต่เมื่อทั้งสองตัดความตระหนี่แล้วถวายอาหารในส่วนของตนแด่พระอรหันต์ที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ผลบุญนั้นทำให้กลายเป็นมหาเศรษฐีภายในเจ็ดวัน ซึ่งเป็นสมบัติที่ยักษ์รักษาไว้ แล้วเล่าว่าในมหานครราชคฤห์แห่งแคว้นมคธมีชายยากจนเข็นใจนามว่าการะวริยะ ต้องทำงานรับจ้างเลี้ยงตนและครอบครัวอย่างยากลำบาก แต่โชคดีที่ภรรยาเป็นหญิงมีปัญญาและมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา
-
45:10
พระมหากัสสปะออกจากนิโรธสมาบัติ ภรรยาถวายข้าวยาคูทั้งหมด
เล่าว่าเช้าวันหนึ่งขณะที่ภรรยากำลังจัดเตรียมอาหารเช้าซึ่งมีเพียงข้าวยาคูและน้ำผักดองเล็กน้อยให้สามี พระมหากัสสปะเถระได้ออกจากนิโรธสมาบัติที่เข้ามาเป็นเวลาเจ็ดวัน ท่านรำพึงว่าวันนี้เราจะทำการสงเคราะห์ใครหนอ จึงเห็นภรรยาของการะวริยะเข้ามาในญาณทัศนะ ท่านเห็นว่าหากพวกเขาได้ถวายอาหารบิณฑบาตแด่ท่าน สมบัติใหญ่จะบังเกิดขึ้น จึงครองจีวรอุ้มบาตรไปยืนอยู่หน้าเรือน นางได้ใส่ข้าวยาคูที่เตรียมไว้ทั้งหมดลงในบาตรโดยมิได้นึกว่าตนและสามีจะบริโภคอะไร ตัดความตระหนี่ให้หลุดขาดจากใจแล้วน้อมถวายด้วยความปลาบปลื้มยินดี เมื่อแจ้งให้สามีทราบ นายการะวริยะก็ปิติยินดีอย่างยิ่งและอนุโมทนาในบุญที่ภรรยากระทำ
-
47:21
ข้าวยาคูเลี้ยงภิกษุ 500 รูป และคำพยากรณ์ว่าจะเป็นมหาเศรษฐีใน 7 วัน
เล่าว่าพระมหากัสสปะเมื่อรับบิณฑบาตแล้วก็กลับไปยังมหาวิหาร เข้าเฝ้าพระบรมศาสดาแล้วน้อมถวายข้าวยาคูที่เพิ่งได้มา พระศาสดาทรงรับเพียงพอสำหรับพระองค์แล้วทรงถวายต่อให้พระภิกษุรูปอื่น ด้วยพุทธานุภาพข้าวยาคูส่วนที่เหลือมีเพียงพอสำหรับพระภิกษุถึงห้าร้อยรูป พระมหากัสสปะจึงทูลถามถึงผลบุญที่นายการะวริยะและภรรยาจะได้รับ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพยากรณ์ว่าด้วยอานุภาพแห่งบุญนี้ พวกเขาจะกลายเป็นมหาเศรษฐีภายในเจ็ดวัน ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมือง มหาชนต่างคลางแคลงว่าทรัพย์มหาศาลจะบังเกิดขึ้นกับคนทั้งสองได้อย่างไร และคอยดูว่าคำพยากรณ์จะเป็นจริงหรือไม่
-
49:08
จนทรัพย์แต่ไม่จนใจ และพลังความบริสุทธิ์ของนิโรธสมาบัติเจ็ดวันเจ็ดคืน
ครูไม่ใหญ่ปรารภว่าอยากมีสมบัติแบบปุบปับข้ามขั้นตอนไหม คือไม่ต้องทำมาหากินค้าขาย แค่ทำอย่างนี้แล้วรวยเลย แล้วชี้ให้สังเกตว่าสามีภรรยาคู่นี้จนทรัพย์แต่ไม่จนใจ และไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมื้อนั้นเป็นมื้อสำคัญสำหรับชีวิตของทั้งคู่ ถวายไปแล้วยังมีสิทธิ์โดนสามีตำหนิได้ แต่นางมีกุศลศรัทธาและมีบุญมหาศาลมากกว่าความเป็นพระราชาในยุคนั้น เพราะพระมหากัสสปะออกจากนิโรธสมาบัติ คือนั่งนิ่งไม่เคลื่อนเลยเจ็ดวันเจ็ดคืน ไม่ถอนถอย อยู่ในพลังแห่งความบริสุทธิ์
-
52:06
อิทธิปาฏิหาริย์อยู่ในอภิญญาหก และโทษของเดรัจฉานกถา
ตอบผู้ที่กลัวว่างมงายและเชื่อพวกที่บอกว่าพระพุทธศาสนาไม่ได้สอนเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ ว่าอิทธิปาฏิหาริย์เป็นหนึ่งในอภิญญาหก และพระพุทธเจ้าแสดงธรรมด้วยปาฏิหาริย์สามคืออิทธิปาฏิหาริย์ อาเทศนาปาฏิหาริย์ และอนุสาสนีปาฏิหาริย์ แต่คนเหล่านั้นตัดทอนออกไปเรื่อย ๆ เพราะเคยฟังแต่เดรัจฉานกถา คือคำพูดที่ขวางต่อทางพระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่ามนุษย์ในโลกนี้เกิดในสังสารวัฏได้ยินแต่เดรัจฉานกถา จึงฟังธรรมไม่เข้าใจ ไม่เคยได้ยินคำว่าพุทโธ ธัมโม สังโฆ และคำว่าธรรมกาย ซึ่งหมายถึงพระรัตนตรัยภายใน แล้วสรุปว่าเราได้เห็นอานุภาพแห่งบุญมาแล้วจากข้าวยาคูที่เลี้ยงพระภิกษุห้าร้อยรูปผู้ทรงคุณธรรม จึงเกิดสมบัติแบบรวยกระทันหันข้ามขั้นตอนได้