-
28:17
ที่ไม่เห็นด้วยกับไซอิ๋วคือนำพระถังซัมจั๋งมาผสมเรื่องแต่ง จนคนเชื่อเห้งเจียมากกว่า
อู๋เฉิงเอินมีแรงบันดาลใจจากความกดดันในสังคม ทำธุรกิจไม่สำเร็จจึงหันมาเขียนนิยาย อยากปราบสิ่งชั่วร้ายในบ้านเมืองผ่านตัวละคร แต่ที่ครูไม่ใหญ่ไม่เห็นด้วยคือนำชื่อพระถังซัมจั๋งผู้มีพระคุณต่อพระพุทธศาสนามาเกี่ยว ทั้งที่ท่านเดินเท้าไปศึกษาที่อินเดียสิบกว่าปี กลับมาแปลคัมภีร์อีกสิบเก้าปีจนมรณภาพ เป็นการเอาของไม่ควรไปอยู่กับของควร เจตนาดีแต่ปนโมหะ ไม่คิดถึงผลต่อลูกหลานหลายร้อยปีข้างหน้า ปัจจุบันคนแทบไม่เชื่อว่ามีพระถังซัมจั๋งจริง แต่เชื่อว่ามีเห้งเจีย ตือโป๊ยก่าย ซัวเจ๋ง ไซอิ๋วมีสองมิติคือความสนุก และเป็นวรรณกรรมศาสนาที่ใช้ตัวละครเป็นสัญลักษณ์ เห้งเจียคือโทสะ ตือโป๊ยก่ายคือโลภะ ซัวเจ๋งคือโมหะ คนมีทุกข์อยากมีที่พึ่ง เห็นเห้งเจียเก่งจึงนับถือเป็นเจ้าพ่อเห้งเจีย
-
37:29
ประวัติพระถังซัมจั๋ง ขอสอบบวชตั้งแต่อายุสิบสามเพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา
ทบทวนประวัติพระถังซัมจั๋งต่อจากเมื่อวาน ฉายาเสวียนจั้ง เป็นพระภิกษุจีนสมัยราชวงศ์ถัง ชื่อที่ถูกคือถังซานจั้งฝ่าซือ ซานจั้งแปลว่าพระไตรปิฎก ฝ่าซือแปลว่าธรรมาจารย์ ท่านฉลาดและสนใจธรรมะแต่เยาว์วัย สมัยนั้นจะบวชต้องผ่านการสอบที่ฮ่องเต้อนุญาตให้เปิด ท่านอายุสิบสามซึ่งน้อยกว่าเกณฑ์จึงไปยืนอยู่หน้าประตูห้องสมัคร ครูไม่ใหญ่ยกเทียบพระเถระในศรีลังกาที่บวชเป็นสามเณรแต่เด็กแล้วพิทักษ์พระพุทธศาสนาเถรวาทไว้ในยามศึกศาสนา (ชื่อถอดได้ราวคุณานันทะ ยังไม่ยืนยันการสะกด) หัวหน้าผู้คุมสอบถามเหตุผล ท่านตอบว่าอยากบวชเพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา หัวหน้าเห็นความตั้งใจจริงจึงให้สอบเป็นกรณีพิเศษ ท่านสอบผ่านได้เป็นสามเณร อีกเจ็ดปีต่อมาอุปสมบทที่วัดต้าฉือ มณฑลเสฉวน
-
54:38
พระถังซัมจั๋งตัดสินใจเดินทางไปอินเดียเพียงลำพังแม้ฮ่องเต้ไม่อนุญาต
ช่วงราว 3099-3278 ไม่มีบรรทัดถอดเสียง ครูไม่ใหญ่เล่าต่อว่าพระถังซัมจั๋งศึกษาธรรมะจากหลายสำนักแล้วพบว่าคำสอนและคัมภีร์แตกต่างกันจนไม่รู้จะยึดอะไรเป็นหลัก ความแตกต่างคือการแตกแยก จึงตั้งใจไปศึกษาที่แหล่งกำเนิดพระพุทธศาสนาในอินเดียและอัญเชิญพระไตรปิฎกกลับมาเพื่อให้ปฏิบัติไปทางเดียวกัน ชวนเพื่อนพระไปด้วยแต่ฮ่องเต้ไม่อนุญาตด้วยเหตุผลทางการปกครอง ไปแล้วอาจถูกตัดหัว เพื่อนพระทักท้วง แต่ท่านคิดว่าถ้าท่านไม่ทำแล้วใครจะทำ ตัดสินใจเมื่ออายุยี่สิบหก ตรงกับ พ.ศ. 1172 เดินเท้าผ่านทะเลทราย ขึ้นเขาลงห้วย ชาวบ้านช่วยพาไปส่งเป็นช่วง ๆ และขอให้ปิดเป็นความลับ บางช่วงไม่มีน้ำจนเป็นลมหลายครั้ง เจอโจร ท่านบันทึกไว้และกลายเป็นข้อมูลที่นำไปแต่งไซอิ๋ว เส้นทางสายไหมสมัยนั้นมีอิทธิพลกรีกและโรมัน
-
58:55
พระถังซัมจั๋งศึกษาที่มหาวิทยาลัยนาลันทาห้าปี ยุคที่ฮินดูพยายามกลืนพระพุทธศาสนา
ถึงอินเดียแล้วท่านไปสังเวชนียสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และแสดงปฐมเทศนา แล้วศึกษาธรรมกับพระอาจารย์ศีลภัทรที่มหาวิทยาลัยนาลันทาห้าปีจนเข้าใจภาษาสันสกฤตและธรรมะลึกซึ้ง ครูไม่ใหญ่ขยายว่ายุคนั้นศาสนาพราหมณ์และฮินดูพยายามกลืนพระพุทธศาสนา เช่นยกพระพุทธเจ้าเป็นปางอวตารหนึ่งของพระนารายณ์ คนอ่านรุ่นหลังเคลิ้มตามเหมือนอ่านวรรณกรรม นาลันทามีนักศึกษานับหมื่นทั้งเถรวาทและมหายาน คัมภีร์ที่ท่านศึกษาและนำกลับมาจึงมีความเชื่อของพราหมณ์ฮินดูเจือปนมาก่อนแล้ว ช่วงกลางถอดเสียงเพี้ยนบางบรรทัด
-
1:02:18
พระเจ้าศีลาทิตย์จัดชุมนุมศาสนา พระถังซัมจั๋งแสดงธรรมพันหกร้อยโศลก สิบแปดวันไม่มีใครโต้แย้ง
พระเจ้าศีลาทิตย์จัดงานชุมนุมทุกศาสนา มีเจ้าเมืองสิบแปดแคว้น ภิกษุสามเณรสามพัน พราหมณ์และนักบวชนิครนถ์อีกราวสองพัน นาลันทาส่งพระภิกษุไปพันกว่ารูป พระถังซัมจั๋งเป็นตัวแทนฝ่ายภิกษุแสดงธรรมเป็นภาษาสันสกฤต ครูไม่ใหญ่ชวนนึกภาพพระจีนตาเรียวยาวพูดสันสกฤตต่อหน้าผู้ฟังตากลมโต ท่านเรียนสันสกฤตห้าปีจนแตกฉานเพราะความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเก็บไว้ในภาษานั้น แสดงธรรมหนึ่งพันหกร้อยโศลก แล้วประกาศให้ทุกศาสนามาโต้แย้งวันละหลายครั้งติดต่อกันสิบแปดวัน ไม่มีใครคัดค้าน แสดงว่าธรรมที่แสดงงามทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด ชื่อเสียงของท่านจึงขจรขจายทั่วอินเดีย
-
1:04:46
พระถังซัมจั๋งปฏิเสธวัดร้อยแห่ง กลับจีนแล้วปฏิเสธรับราชการ นำทีมแปลพระไตรปิฎกเกือบยี่สิบปี
พ.ศ. 1186 ท่านตัดสินใจกลับจีนเพราะรวบรวมคัมภีร์ได้พอจะแปลเป็นภาษาจีนแล้ว เข้าลาพระเจ้าศีลาทิตย์ซึ่งทัดทานและจะสร้างวัดให้ถึงร้อยแห่ง แต่ท่านยืนยันจะนำธรรมกลับไปเผยแผ่ พระราชาจึงจัดคน ช้าง ม้า ลา ล่อ ขนคัมภีร์ พระพุทธรูป และเสบียงไปส่ง ใช้เวลาเดินทางกลับราวหนึ่งปี รวมอยู่อินเดียและเดินทางสิบแปดปี ฮ่องเต้ที่เคยห้ามออกนอกประเทศเสด็จมารับเอง ฟังเทศน์แล้วซาบซึ้งและนิมนต์ให้ลาสิกขามารับราชการ ท่านปฏิเสธอย่างนอบน้อมว่าบวชมาเพื่อสืบทอดอายุพระศาสนา ขอสนองพระคุณในเพศสมณะ แล้วเป็นหัวหน้าทีมแปลพระไตรปิฎกจากสันสกฤตเป็นภาษาจีนใช้เวลาเกือบยี่สิบปี ได้รับการจารึกว่าเป็นผู้อัญเชิญพระไตรปิฎกสู่จีนสมัยราชวงศ์ถัง