นิโรธสมาบัติ
tag ที่มักมาด้วยกัน:
พระมหากัสสปะ
พระสารีบุตร
การะวริยะเศรษฐี
ข้าวยาคู
ปุณณะเศรษฐี
ตัดความตระหนี่
กาลวริยเศรษฐี
ญาณทัศนะ
-
41:59
มินิซีรีส์การะวริยะเศรษฐี ตอนที่ 1: จนแล้วรวยทันใดด้วยอานุภาพบุญ
เปิดมินิซีรีส์การะวริยะเศรษฐี ผู้ได้ขุมมหาสมบัติจากยักษ์ ตอนที่หนึ่ง เกริ่นว่าอานุภาพของบุญมีพลังมหาศาล เมื่อบุญส่งผลอะไรก็ต้านไม่อยู่ คนที่ยากจนมาตั้งแต่เกิดหากมีใจเป็นบุญกุศลก็อาจกลับรวยขึ้นมาได้ในทันใด การให้ผลของบุญเป็นอจินไตย คิดตามและเข้าใจได้ยาก แต่เคยมีมาแล้วในอดีต คือเรื่องการะวริยะเศรษฐีที่มีสมบัติมากจนไม่อาจคำนวณนับได้ เดิมท่านและภรรยายากจนเข็นใจมาก ข้าวแต่ละมื้อก็แทบไม่มีกิน แต่เมื่อทั้งสองตัดความตระหนี่แล้วถวายอาหารในส่วนของตนแด่พระอรหันต์ที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ ผลบุญนั้นทำให้กลายเป็นมหาเศรษฐีภายในเจ็ดวัน ซึ่งเป็นสมบัติที่ยักษ์รักษาไว้ แล้วเล่าว่าในมหานครราชคฤห์แห่งแคว้นมคธมีชายยากจนเข็นใจนามว่าการะวริยะ ต้องทำงานรับจ้างเลี้ยงตนและครอบครัวอย่างยากลำบาก แต่โชคดีที่ภรรยาเป็นหญิงมีปัญญาและมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา
-
45:10
พระมหากัสสปะออกจากนิโรธสมาบัติ ภรรยาถวายข้าวยาคูทั้งหมด
เล่าว่าเช้าวันหนึ่งขณะที่ภรรยากำลังจัดเตรียมอาหารเช้าซึ่งมีเพียงข้าวยาคูและน้ำผักดองเล็กน้อยให้สามี พระมหากัสสปะเถระได้ออกจากนิโรธสมาบัติที่เข้ามาเป็นเวลาเจ็ดวัน ท่านรำพึงว่าวันนี้เราจะทำการสงเคราะห์ใครหนอ จึงเห็นภรรยาของการะวริยะเข้ามาในญาณทัศนะ ท่านเห็นว่าหากพวกเขาได้ถวายอาหารบิณฑบาตแด่ท่าน สมบัติใหญ่จะบังเกิดขึ้น จึงครองจีวรอุ้มบาตรไปยืนอยู่หน้าเรือน นางได้ใส่ข้าวยาคูที่เตรียมไว้ทั้งหมดลงในบาตรโดยมิได้นึกว่าตนและสามีจะบริโภคอะไร ตัดความตระหนี่ให้หลุดขาดจากใจแล้วน้อมถวายด้วยความปลาบปลื้มยินดี เมื่อแจ้งให้สามีทราบ นายการะวริยะก็ปิติยินดีอย่างยิ่งและอนุโมทนาในบุญที่ภรรยากระทำ
-
49:08
จนทรัพย์แต่ไม่จนใจ และพลังความบริสุทธิ์ของนิโรธสมาบัติเจ็ดวันเจ็ดคืน
ครูไม่ใหญ่ปรารภว่าอยากมีสมบัติแบบปุบปับข้ามขั้นตอนไหม คือไม่ต้องทำมาหากินค้าขาย แค่ทำอย่างนี้แล้วรวยเลย แล้วชี้ให้สังเกตว่าสามีภรรยาคู่นี้จนทรัพย์แต่ไม่จนใจ และไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมื้อนั้นเป็นมื้อสำคัญสำหรับชีวิตของทั้งคู่ ถวายไปแล้วยังมีสิทธิ์โดนสามีตำหนิได้ แต่นางมีกุศลศรัทธาและมีบุญมหาศาลมากกว่าความเป็นพระราชาในยุคนั้น เพราะพระมหากัสสปะออกจากนิโรธสมาบัติ คือนั่งนิ่งไม่เคลื่อนเลยเจ็ดวันเจ็ดคืน ไม่ถอนถอย อยู่ในพลังแห่งความบริสุทธิ์
-
31:05
สารคดี: พระมหากัสสปะออกจากนิโรธสมาบัติเจ็ดวัน แล้วเล็งเห็นภรรยาของนายกาลวริยะ
สารคดีเล่าว่าภรรยาของนายกาลวริยะเป็นหญิงมีปัญญาและมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันหนึ่งขณะนางกำลังจัดเตรียมอาหารเช้าซึ่งมีเพียงข้าวยาคูกับน้ำผักดองเล็กน้อยให้สามี พระมหากัสสปเถระได้ออกจากนิโรธสมาบัติที่เข้าอยู่เจ็ดวัน แล้วรำพึงว่าวันนี้จะสงเคราะห์ใคร จึงเห็นภรรยาของนายกาลวริยะเข้ามาในญาณทัศนะ ท่านเห็นว่าหากคนทั้งสองได้ถวายอาหารบิณฑบาตแก่ท่าน สมบัติใหญ่จะบังเกิดขึ้น จึงครองจีวรอุ้มบาตรไปยืนอยู่หน้าเรือนของนายกาลวริยะ
-
35:30
ขยายความนิโรธสมาบัติเจ็ดวันเจ็ดคืน คือหยุดในหยุดเข้าไปไม่ซ้ำที่
ชวนทบทวนว่าพระมหากัสสปะเป็นพระอรหันต์หมดกิเลสแล้ว ท่านเข้านิโรธสมาบัติเจ็ดวันเจ็ดคืนโดยไม่ถอนถอย นั่งนิ่งอยู่ในอิริยาบถเดียว คำว่านิโรธแปลว่าหยุด คือหยุดในหยุดเข้าไปเรื่อย ๆ ไม่ซ้ำที่เลย ดับหยาบไปหาละเอียด เมื่อไม่มีกิเลสอาสวะเหนี่ยวรั้งก็สว่างและบริสุทธิ์เข้าไปเรื่อย ๆ ครบเจ็ดวันตามที่ตั้งใจไว้จึงถอยออกมาเอง แล้วเอาบุญบารมีและพลังความบริสุทธิ์นั้นมาอนุเคราะห์สัตว์โลก
-
1:03:24
สารคดีปุณณะเศรษฐีผู้ไถนาเป็นทองคำ ตอนที่หนึ่ง: ทานที่ถวายด้วยศรัทธาเต็มเปี่ยม
สารคดีเล่าว่าเมื่อทำทานด้วยศรัทธาเลื่อมใสอย่างเต็มเปี่ยม อานิสงส์แห่งทานนั้นยิ่งให้ผลเร็วทันตา ทำให้ได้มหาสมบัติรวดเร็วทันใจ ดังเช่นเรื่องของปุณณะเศรษฐีผู้ไถนาพลิกผืนดินขึ้นมากลายเป็นทองคำ ท่านเป็นผู้มีสัมมาทิฐิ เชื่อเรื่องบุญและบาปว่ามีจริง แม้เบื้องต้นของชีวิตยากจนต้องรับจ้างใช้แรงงาน แต่ใจงดงาม สิ่งใดเป็นบุญกุศลก็อาสาเข้าไปทำโดยไม่ต้องจ้างวาน จึงเป็นที่รู้จักของพระเถระในพระพุทธศาสนา และเหนือสิ่งอื่นใดคือมีภรรยาที่เป็นบัณฑิต มีศรัทธา ศีล และทิฏฐิเสมอกัน นางได้ถวายอาหารที่เตรียมไว้ให้สามีลงในเนื้อนาบุญพิเศษคือพระสารีบุตรที่เพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติ
-
1:07:22
สารคดี: พระสารีบุตรออกจากนิโรธสมาบัติเล็งเห็นนายปุณณะ รับไม้ชำระฟันและน้ำ
สารคดีเล่าว่าเช้าวันนั้นพระสารีบุตรพระอัครสาวกเบื้องขวาได้ออกจากนิโรธสมาบัติที่เข้ามาแล้วตลอดเจ็ดวัน ขณะตรวจดูว่าจะไปโปรดใคร ท่านเห็นนายปุณณะเข้ามาในญาณทัศนะว่าเป็นผู้มีศรัทธาและจะได้เป็นเจ้าของบุญใหญ่ จึงอุ้มบาตรไปยืนอยู่ใต้พุ่มไม้ใกล้บ่อน้ำไม่ห่างจากที่นายปุณณะไถนา นายปุณณะเห็นแล้วเกิดความเลื่อมใส จึงพักการไถมากราบ ทำไม้ชำระฟันถวาย แล้วตักน้ำในบ่อมาถวายให้ท่านล้างหน้า เมื่อพระเถระเห็นด้วยทิพยจักษุว่าภรรยาของนายปุณณะกำลังนำอาหารมาส่ง จึงเดินสวนทางไปเพื่อโปรดนาง