-
37:18
สิ่งที่ต่างคือการเทศน์การสอนมุ่งไปที่การปลูกฝังนิสัย ไม่ใช่เทศน์เพียงให้รู้
สิ่งที่ต่างคือการเทศน์การสอนทั้งหมดมุ่งไปสู่การปลูกฝังนิสัย ย้ำว่าอย่ามองข้ามจุดนี้ คือมิใช่เทศน์เพียงให้รู้ แต่เทศน์เพื่อให้เอาไปทำ และมิใช่ทำเป็นครั้งคราว แต่ให้ทำจนเป็นนิสัย
-
38:48
ถูกซักว่าทำจนเป็นนิสัยได้อย่างไร สิ่งที่ทุกวัดอยากได้คือวินัยและความอดทน
ท่านซักหนักขึ้นว่าเทศน์ให้เอาไปทำจนเป็นนิสัยนั้นทำอย่างไร หลวงพ่อต้องอึ้งเป็นช่วง ๆ เพราะท่านต้องการคำตอบอย่างจริงจัง จึงกราบถวายว่า สมมติทุกวัดอยากได้ลูกศิษย์และชาวพุทธที่มีวินัย เพราะเดี๋ยวนี้วินัยไม่ค่อยจะดี และอยากให้มีความอดทน เพราะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสกับพระอรหันต์ชุดใหญ่ เมื่อวันมาฆบูชาเป็นคำแรกว่า ขันตี ปรมัง ตโป ตีติกขา คือความอดทนเป็นอุปกรณ์ในการเผาบาปอย่างยิ่ง ให้พระอรหันต์ไปสอนชาวโลกข้อแรกก็คือให้อดทนกัน
-
43:32
วินัยขั้นต้นสี่เรื่อง สะอาด ระเบียบ สุภาพ ตรงต่อเวลา ไม่ได้เสกไม่ได้รดน้ำมนต์
กราบถวายท่านว่าเมื่อเริ่มสร้างวัด คุณยายเริ่มฝึกวินัยขั้นต้นด้วยการรักษาความสะอาด แล้วต่อด้วยความเป็นระเบียบ ความสุภาพ และความตรงต่อเวลา สี่เรื่องนี้เป็นพื้นฐาน ที่ทำให้สร้างวัดและสร้างคนมาถึงปัจจุบัน ไม่ได้เสกไม่ได้เป่า ไม่ได้รดน้ำมนต์อะไร ถ้าจะมีก็คือแจกผ้าขี้ริ้ว ส่งไม้กวาดถึงมือ และส่งแปรงขัดให้ถึงมือ
-
44:58
ฝึกงานสี่อย่างที่วัดแล้วเคี่ยวเข็นให้กลับไปทำถึงบ้านจนเป็นนิสัย
หลักการคือฝึกงานสี่อย่างนี้ที่วัดพระธรรมกาย แล้วเคี่ยวเข็นให้เขากลับไปทำถึงบ้านด้วย ไม่ได้บังคับว่าต้องกลับไปทำที่บ้าน แต่มาถึงวัดนี่เคี่ยวเข็นกันอย่างหนักเพื่อให้กลายเป็นนิสัย ทั้งผู้ที่มาบวชและผู้ที่มาอบรมธรรมทายาท ทั้งชายและหญิง ทั้งรุ่นเล็กรุ่นกลางรุ่นใหญ่ ย้ำว่าถ้าไม่ได้ทำจริง ๆ กับมือมาก่อน เมื่อถูกพระเถระซักหลวงพ่อก็คงสอบตก
-
58:24
คุณยายนำขัดห้องน้ำเอง ต้องเทศน์แก้ความคิดว่าปัดกวาดเช็ดถูเป็นงานคนใช้
ห้องน้ำคุณยายนำเอง กวาดศาลาก็ต้องเตรียมไม้กวาดและเตรียมคนถือส่งถึงมือ เพราะยังไม่เป็นนิสัย บางคนอยากทำแต่ติดว่าที่บ้านมีคนใช้ทำ กลัวถูกมองว่ามาทำงานคนใช้แล้วจะเสียศักดิ์ศรี ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้สะอาด จึงต้องมาเทศน์เรื่องนี้อยู่หลายเวลา ต่อจากนั้นก็ไม่มีใครรังเกียจ ไม่ถึงปีก็ค่อย ๆ ได้มา ได้ชุดกวาดศาลา ชุดเช็ดเสื่อ ชุดถูศาลา จนนิสัยรักความสะอาดเกิดขึ้น อีกอย่างคือก่อนบ่ายสามโมง คุณยายให้ลูกหลานที่คุ้นวัดไปช่วยล้างถ้วยล้างจานให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง ครบชั่วโมงก็ลงมือขัดห้องน้ำโดยคุณยายลงเอง เมื่อครูบาอาจารย์ลงเองการถือทิฐิของใครก็ไม่มี ส่วนการปัดกวาดเช็ดถูข้างบนศาลาหลวงพ่อดูแล ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเป็นปี
-
1:05:12
พระเถระบอกว่าวัดท่านก็มีสี่อย่างนี้แต่ประกันได้เฉพาะพระ จึงต้องชี้ให้เห็นโทษของความสกปรก
พระเถระถามต่อว่าที่วัดท่านก็ทำ วัดท่านสะอาดในระดับหนึ่ง ความเป็นระเบียบท่านก็ทำ พระในวัดไม่สุภาพท่านก็ไม่ยอม ความตรงต่อเวลาท่านก็ประกันของท่านได้ แต่ประกันได้เฉพาะพระเณรในวัดท่าน ส่วนญาติโยมยังประกันไม่ได้ จึงถามว่าทำอย่างไรญาติโยมจำนวนมากจึงทำได้ นี่คือความยากอีกอัน หลวงพ่อจึงถวายท่านว่า ถ้าเพียงบอกให้ทำความสะอาดบางทีเขาก็ไม่เต็มใจ ต้องชี้ให้เห็นโทษของความสกปรก โทษของความไม่เป็นระเบียบ โทษของความไม่สุภาพ และโทษของความไม่ตรงต่อเวลา จะเป็นแรงกระตุ้นให้รักที่จะทำ และไม่ใช่ทำเฉพาะในวัดหรือทำเป็นครั้งคราว แต่กลับไปบ้านก็ทำจนเป็นนิสัย