ถวายหลักการสร้างวัดแด่พระมหาเถระ

tag ที่มักมาด้วยกัน: วัดปากน้ำภาษีเจริญ หลวงพ่อทัตตชีโว สะอาดระเบียบสุภาพตรงต่อเวลา ปลูกฝังนิสัย ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา รวมคนด้วยธรรมะ คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง ยาฆ่าแมลง

ทบทวนฝันในฝันวิทยา 19 มิ.ย. 2555

  • 3:34 ท่านมาทดลองศึกษาธรรมะด้วยตัวเอง และพระเถระถามว่ารวมชาวพุทธสร้างวัดได้ถึง 70 วัดอย่างไร
    ชื่นชมความใจกว้างใจเปิดของท่านว่า สมัยนี้โลกมนุษย์ถึงกันหมด การศึกษาก็ทั่วถึงกัน ใครมีใจเป็นธรรม นอกจากศึกษาหลักธรรมในศาสนาของตัวเองก็ยังเปิดกว้างศึกษาศาสนธรรมในศาสนาอื่น ท่านจึงมาทดลองศึกษาธรรมะ ในพระพุทธศาสนาด้วยตัวท่านเอง วันงานท่านมาพร้อมนายกของเมืองและภรรยา ในงานมีพระเถรานุเถระผู้ใหญ่ไปด้วย ท่านเห็นชาวพุทธมารวมกันไม่ต่ำกว่าสองพันคน จึงถามว่าทำอย่างไรจึงรวบรวมชาวพุทธที่อยู่ในประเทศต่าง ๆ มาช่วยกันสร้างวัดได้ขนาดนี้ และไม่ใช่วัดเดียว รวมแล้วประมาณ 70 วัดทั่วโลก
  • 5:55 ตอบพระเถระว่าทั้งหมดทำตามพระธรรมวินัย ไม่มีการเสกการเป่า แล้วนำสิ่งที่ถวายท่านมาเล่าให้ลูกฟัง
    นอกจากจำนวนวัดที่เพิ่มขึ้น ญาติโยมที่มาก็เรียบร้อยจนนายกของเมืองเอ่ยปากชม จึงกราบเรียนพระเถระ และหลวงพ่อองค์ประธานว่า ทั้งหมดนี้เป็นการปฏิบัติตามกฎตามระเบียบที่มีในพระธรรมวินัยนี่เอง ไม่ได้มีการเสกการเป่าอะไร เอาพระธรรมวินัยมาใช้สร้างวัดล้วน ๆ แล้วถวายรายละเอียดทุกแง่ทุกมุม วันนี้จึงอยากเอาสิ่งที่ถวายท่านนั้นมาเล่าให้พวกเราฟัง เรื่องเหล่านี้เคยพูดผ่าน DMC หลายครั้ง แต่คนละลักษณะ ครั้งนี้ถูกซักหนักหน่อยจึงมีรายละเอียดมาก เสียดายถ้าจะไม่ถึงพวกเรา
  • 8:14 ทุกอย่างถอดแบบมาจากวัดปากน้ำ ทั้งขนบธรรมเนียมและกฎระเบียบที่หลวงปู่วางไว้
    เริ่มต้นจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อครูไม่ใหญ่ของพวกเราบวชมาจากวัดปากน้ำ เพราะฉะนั้นทุกอย่างจึงถอดแบบ มาจากวัดปากน้ำ ทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติต่าง ๆ และกฎระเบียบที่หลวงปู่วัดปากน้ำ พระผู้ปราบมาร ซึ่งเป็นต้นแบบให้พวกเราสร้างบารมีมาถึงวันนี้ ได้วางเอาไว้ ย้ำว่าไม่ได้มาคิดเองด้วยสติปัญญาของตัวเอง หลวงปู่วางกฎวางระเบียบที่วัดปากน้ำไว้อย่างไรก็ทำตามนั้น
  • 33:18 รวมโดยธรรมด้วยการเทศน์และปฏิบัติจริงจัง พระเถระย้อนถามว่าที่อื่นเขาก็ทำอย่างนี้
    รวมโดยธรรมคือการเทศน์และการลงมือปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง รักษาศีลกันจริงจัง ทำบุญทำทานจริงจัง เมื่อกราบถวายอย่างนี้ พระเถระก็ย้อนถามว่าที่อื่นเขาก็ทำกันอย่างนี้ไม่ใช่หรือ ซึ่งก็จริง และที่อื่นที่ไม่รวมด้วยอบายมุขก็มี แล้วทำไมของเรายังขยายงานออกไปถึงต่างประเทศได้ ท่านถามเพื่อจะได้หลักธรรมไปช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างออกไป เมื่อท่านถามโดยธรรม ลูกก็ต้องตอบโดยธรรม
  • 34:51 หนักใจเพราะท่านเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อเอง จึงตอบว่าเรื่องธรรมะลอกมาจากวัดปากน้ำทั้งหมด
    หลวงพ่อหนักใจที่จะตอบ เพราะเรื่องทานท่านรู้ยิ่งกว่า เรื่องรักษาศีลท่านเป็นมหาเถระและเป็นอาจารย์ ของหลวงพ่อเอง เรื่องการเทศน์ก็ศึกษามาจากท่าน เรื่องธรรมภาวนาก็เรียนมาจากวัดปากน้ำ จึงต้องตอบชัด ๆ ว่าเรื่องธรรมะต่าง ๆ ลอกเอามาจากวัดปากน้ำทั้งหมด ไม่ได้มีปัญญาไปคิดเอง ท่านก็ซักต่อว่าแล้วอะไรที่ทำให้พิเศษขึ้นมา ก็ต้องควักใจตอบว่านโยบายในการสร้างวัด ทั้งเรื่องภาวนาและภาคปริยัติ นักธรรมบาลี ล้วนเป็นหลักสูตรของคณะสงฆ์ทั้งหมด ถ้าจะมีต่างก็คือเรื่องเดียว
  • 37:18 สิ่งที่ต่างคือการเทศน์การสอนมุ่งไปที่การปลูกฝังนิสัย ไม่ใช่เทศน์เพียงให้รู้
    สิ่งที่ต่างคือการเทศน์การสอนทั้งหมดมุ่งไปสู่การปลูกฝังนิสัย ย้ำว่าอย่ามองข้ามจุดนี้ คือมิใช่เทศน์เพียงให้รู้ แต่เทศน์เพื่อให้เอาไปทำ และมิใช่ทำเป็นครั้งคราว แต่ให้ทำจนเป็นนิสัย
  • 1:05:12 พระเถระบอกว่าวัดท่านก็มีสี่อย่างนี้แต่ประกันได้เฉพาะพระ จึงต้องชี้ให้เห็นโทษของความสกปรก
    พระเถระถามต่อว่าที่วัดท่านก็ทำ วัดท่านสะอาดในระดับหนึ่ง ความเป็นระเบียบท่านก็ทำ พระในวัดไม่สุภาพท่านก็ไม่ยอม ความตรงต่อเวลาท่านก็ประกันของท่านได้ แต่ประกันได้เฉพาะพระเณรในวัดท่าน ส่วนญาติโยมยังประกันไม่ได้ จึงถามว่าทำอย่างไรญาติโยมจำนวนมากจึงทำได้ นี่คือความยากอีกอัน หลวงพ่อจึงถวายท่านว่า ถ้าเพียงบอกให้ทำความสะอาดบางทีเขาก็ไม่เต็มใจ ต้องชี้ให้เห็นโทษของความสกปรก โทษของความไม่เป็นระเบียบ โทษของความไม่สุภาพ และโทษของความไม่ตรงต่อเวลา จะเป็นแรงกระตุ้นให้รักที่จะทำ และไม่ใช่ทำเฉพาะในวัดหรือทำเป็นครั้งคราว แต่กลับไปบ้านก็ทำจนเป็นนิสัย
  • 1:32:27 คุณยายพูดรวม ๆ ว่าถ้าทำไม่ดีศีลจะเอาไม่อยู่ และคำโต้ว่ายุคนี้รักษาศีลไม่ได้เพราะครัวต้องใช้ยาฆ่าแมลง
    คุณยายไม่ได้จำแนกละเอียดอย่างที่หลวงพ่อจำแนก ท่านพูดรวม ๆ ว่าถ้าสิ่งเหล่านี้ทำไม่ดีศีลจะรักษาไม่อยู่ ยายเคยเล่าว่าเวลาหลวงพ่อเทศน์ให้เขารักษาศีลกันให้ดี มีคนบอกว่ายุคนี้มันรักษาไม่ได้หรอก เพราะแค่ในครัวก็ต้องใช้ดีดีทีฉีดยาฆ่าแมลงแล้ว จะไปรักษาศีลได้อย่างไร สมัยนั้นหลวงพ่อยังหาคำอธิบายที่ชัดเจนอย่างนี้ไม่ได้ แต่เมื่อพระเถระถามจี้ก็เหมือนไหลออกมาได้เอง จึงเล่าให้ท่านฟังว่าเราแจงกันมาอย่างนี้ เท่าที่สติปัญญาในแต่ละช่วงที่เรามี