เจ้าชายสิทธัตถะ

tag ที่มักมาด้วยกัน: ปราสาทสามฤดู จิตรกรรมฝาผนัง เทวทูตทั้งสี่ ปราสาทฤดูร้อน นายฉันนะ คนแก่คนเจ็บคนตายและสมณะ ปราสาทฤดูหนาว กระถางทองกระถางเงิน 108 กระถาง

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 9 ธ.ค. 2548

  • 27:56 ทำไมเลือกอาชีพครู เพราะสืบสายวัฒนธรรมของพระบรมครู
    เล่าว่าครูไม่ใหญ่กับคุณครูที่มาสอบเป็นอาชีพเดียวกัน แต่นั่นเป็นครูใหญ่ ส่วนนี่ครูไม่ใหญ่ บอกว่าเลือกดูมาทุกอาชีพแล้วเห็นว่าสืบสายพระบรมครูดีกว่า เพราะครูเป็นสุดยอดของอาชีพ ดูจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อเป็นเจ้าชายสิทธัตถะทรงลาออกจากการครองราชสมบัติ อีกเจ็ดวันจะได้รับสมบัติจักรพรรดิก็ไม่รับ เพราะจะออกไปเป็นครู ครูจึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา อย่าไปอกน้อยใจ เพราะเรากำลังสืบสายวัฒนธรรมสายเดียวกับพระบรมครู

ทบทวนฝันในฝันวิทยา 22 พ.ค.2555

  • 3:01 ที่มาของปราสาทสามฤดู และจำนวนชั้นของแต่ละหลัง
    ทบทวนเรื่องปราสาทสามฤดูของเจ้าชายสิทธัตถะ เล่าว่าเทวดาอยากให้ออกบวช แต่พระราชบิดาไม่อยากให้ออกบวช จึงสร้างปราสาทสามฤดูถวาย ตามตำราปราสาททั้งสามหลังสูงเท่ากันแต่จำนวนชั้นไม่เท่ากัน คือปราสาทฤดูหนาว 9 ชั้น ปราสาทฤดูร้อน 5 ชั้น และปราสาทฤดูฝน 7 ชั้น มีการเอ่ยเทียบกับปราสาทของโชติกเศรษฐีด้วย
  • 6:12 ปราสาทฤดูหนาว: จิตรกรรมฝาผนังโทนสีอบอุ่นและผ้ากัมพลขนสัตว์
    เฉลยการออกแบบปราสาทฤดูหนาวที่นักเรียนส่งมา จิตรกรรมฝาผนังต้องสร้างบรรยากาศ เน้นใช้โทนสีสว่างและภาพที่ให้ความอบอุ่น เช่น รูปกองไฟ ดูแล้วอุ่นตาอุ่นใจ ส่วนวัสดุผ้าทั้งผ้าม่านและของใช้เน้นผ้ากัมพล คือผ้าขนสัตว์
  • 8:36 ปราสาทฤดูหนาว: ขยายอาคารให้สูง ปิดหน้าต่างกลางวันเปิดกลางคืน
    ลักษณะอาคารของปราสาทฤดูหนาวจะขยายให้สูงขึ้น ประตูหน้าต่างปิดกลางวันเพื่อกันลมร้อน และเปิดกลางคืนเพื่อรับลมเย็น ตอนกลางวันที่ปิดก็ยังมีช่องเล็ก ๆ ไว้ระบายอากาศ ย้ำว่ายุคนั้นไม่มีเทคโนโลยี ต้องอาศัยการออกแบบตามธรรมชาติ
  • 9:28 ปราสาทฤดูร้อน: จิตรกรรมรูปดอกบัวและภาพเรือกไม้ ผ้าป่านลินิน
    เฉลยการออกแบบปราสาทฤดูร้อน จิตรกรรมฝาผนังนักเรียนตอบว่ารูปดอกบัว ซึ่งใกล้เคียงกับตำราที่ระบุว่าเป็นภาพเรือกไม้ ดูแล้วรู้สึกสบาย ส่วนวัสดุผ้าใช้ผ้าป่านและผ้าเปลือกไม้ ไม่ใช้ผ้าหนา
  • 11:05 ปราสาทฤดูร้อน: สระบัวหน้าต่าง ท่อโปรยละอองน้ำ และกระถาง 108 ใบในห้องบรรทม
    รายละเอียดปราสาทฤดูร้อน หน้าต่างแต่ละบานมีสระเล็ก ๆ ปลูกดอกบัวไว้ ติดท่อน้ำทำเป็นน้ำพุโปรยละอองให้ความชุ่มเย็น ห้องบรรทมมีกระถางทองกระถางเงินใหญ่ รวม 108 กระถาง ปลูกกอบัวและใส่ของหอมไว้ ตามทางเดินก็มีกระถางโลหะใหญ่ปลูกบัวห้าชนิด ทำให้ปราสาทมีกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว และแสงอาทิตย์ส่องได้มากกว่าหลังอื่นจนดอกบัวบานต้องแสง
  • 12:58 ปราสาทฤดูฝน: ผนังสูงพอดี ภาพสระน้ำธรรมชาติ และไม่มีบุรุษเลย
    เฉลยปราสาทฤดูฝนว่าแต่ละชั้นสูงพอดี ฝาผนังสูงพอดี เพื่อรับได้ทั้งอากาศเย็นและร้อน จิตรกรรมบางที่เขียนเป็นรูปสระน้ำและธรรมชาติให้ดูเย็นตาเย็นใจ วัสดุผ้าใช้ผ้าขนสัตว์และผ้าเปลือกไม้ จุดสำคัญคือในปราสาทไม่มีบุรุษเลย ยกเว้นเจ้าชายสิทธัตถะพระองค์เดียว มีแต่สตรีทั้งหมด ไม่เว้นแม้ยามเฝ้าประตู
  • 15:10 เสวยสุขในปราสาทสามฤดู 13 ปี จนเป็นเจ้าชายสุขุมาลชาติ
    สรุประยะเวลาที่เจ้าชายสิทธัตถะเสวยสุขในปราสาทสามฤดูว่า 13 ปี นับจากพระชนมายุ 16 ปีถึง 29 ปี ตลอดช่วงนั้นแทบไม่ได้เสด็จออกนอกปราสาทเลย เพราะอยู่ในความดูแลของพระราชบิดา จึงทรงเป็นเจ้าชายสุขุมาลชาติ เสวยสุขอยู่ในปราสาทดุจเทวดา

ทบทวนฝันในฝันวิทยา 24 พ.ค.2555

  • 8:51 เจ้าชายสิทธัตถะเบื่อปราสาทสามฤดู เสด็จประพาสพระราชอุทยานกับนายฉันนะ
    เล่าถึงพระชาติสุดท้ายคือเจ้าชายสิทธัตถะ ที่ประทับในปราสาทสามฤดูมานานถึงสิบสามปี จนถึงคราวที่บุญบารมีที่สั่งสมมาเต็มเปี่ยม ดลบันดาลให้อยากเปลี่ยนบรรยากาศ จึงเสด็จไปพระราชอุทยานพร้อมนายฉันนะสารถี โดยเทวดาที่อยากให้ทรงออกบวชคอยจัดฉากไว้
  • 10:32 เทวทูตที่หนึ่ง คนแก่: ทรงทราบว่าความแก่เกิดกับทุกคนรวมทั้งพระองค์
    เทวดาแสดงภาพคนแก่ให้ทอดพระเนตร เพราะพระองค์ไม่เคยเห็นคนแก่มาก่อน ทรงถามนายฉันนะว่านั่นคืออะไร ได้คำตอบว่าคนแก่ และแก่ทั้งโลกรวมทั้งพระองค์ด้วย ทรงสลดว่าถ้าแก่แล้วต้องเป็นอย่างนั้นก็ไม่อยากแก่ หมดอารมณ์ประพาส แล้วเสด็จกลับไปทรงคิด
  • 13:42 เทวทูตที่สอง คนเจ็บ: ทรงทราบว่าความเจ็บเกิดกับทุกคน จึงเสด็จกลับ
    วันต่อมาทรงพบคนเจ็บ ทรงถามว่าเจ็บเฉพาะคนนั้นหรือ ได้คำตอบว่าเจ็บทุกคนรวมทั้งพระองค์ ทรงคิดว่าถ้าต้องร้องโอยอย่างนั้นก็คงทรมานมาก จึงหมดอารมณ์เสด็จประพาสต่อและเสด็จกลับ ไปทรงคิดที่ปราสาทสามฤดูเพราะรู้สึกสบายใจกว่า
  • 17:15 เทวทูตที่สี่ นักบวช: จุดเริ่มต้นการแสวงหาทางออกจากทุกข์
    วันสุดท้ายของการเสด็จประพาสสี่วัน ทรงพบนักบวช นายฉันนะอธิบายว่านักบวชคือผู้ออกจากเรือน พระองค์จึงพบทางออก ผู้ดำเนินรายการย้ำว่าสี่วันนี้เป็นเหตุสำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นการแสวงหา

ทบทวนฝันในฝันวิทยา 25 พ.ค.2555

  • 12:24 ทบทวนพุทธประวัติตอนที่ 29: เจ้าชายสิทธัตถะพระชนมายุ 29 พรรษาเห็นเทวทูตทั้งสี่
    เข้าช่วงทบทวนพุทธประวัติของหลักสูตรโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา นักเรียนตอบว่ามาถึงตอนหมายเลข 29 ซึ่งเป็นช่วงที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงมีพระชนมายุ 29 พรรษา ได้เห็นเทวทูตทั้งสี่คือคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และนักบวช จึงตัดสินพระทัยเลือกดำเนินชีวิตเป็นนักบวช
  • 13:26 ทรงเลือกเป็นนักบวชมากกว่าเป็นพระราชา เพราะพระราชาเหมือนมีธุลีเข้าตาอยู่เรื่อย
    ถาม-ตอบกับนักเรียนว่าคิดจะออกบวชในคืนนั้นเลยหรือไม่ ได้คำตอบว่าเป็นคืนนั้น แต่ตอนแรกยังไม่ได้คิดเพราะทราบว่าพระโอรสประสูติก่อน สรุปว่าทรงเลือกที่จะเป็นนักบวชมากกว่าการเป็นพระราชา เพราะการเป็นพระราชาเหมือนคนที่มีธุลีอยู่ในดวงตา เหมือนมีฝุ่นผงเข้าตาอยู่เรื่อย ๆ

ทบทวนฝันในฝันวิทยา 25 มิ.ย. 2555

  • 29:36 ถามเรื่องพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ จึงออกบวช
    เล่าว่าถามคนที่จะชวนบวชว่าเคยเรียนพุทธประวัติบ้างไหม แล้วชี้ให้ดูจิตรกรรมฝาผนัง ว่าก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะออกบวชและตรัสรู้ ท่านเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และเห็นสมณะ เขาตอบได้จึงชมว่าเป็นคนมีบุญที่ยังจำพุทธประวัติได้ตอนหนึ่ง
  • 31:33 ย้อนถามว่าเห็นคนแก่คนเจ็บคนตายเต็มบ้านเต็มเมือง ทำไมไม่เคยคิดออกบวช
    ย้อนถามคนที่คุยด้วยว่าเคยเห็นคนแก่ไหม เห็น เคยคิดออกบวชไหม ไม่เคย แล้วชี้ว่าเจ้าชายสิทธัตถะเห็นเพียงแวบเดียวก็คิดออกบวช พอเห็นคนเจ็บคนตายยิ่งคิดหนัก พอเห็นสมณะก็ทูลขอออกบวช และคืนที่ทราบว่าพระโอรสประสูติก็ออกบวชเลย ขณะที่คนฟังเห็นทั้งคนแก่คนเจ็บคนตายและเห็นพระเต็มบ้านเต็มเมือง มีลูกแล้วก็ยังไม่คิดออกบวช
  • 34:11 ความต่างอยู่ที่พระองค์มีปกติเห็นอะไรข้างนอกแล้วย้อนมองเข้ามาในตัว
    เฉลยว่าความต่างมีนิดเดียว คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตั้งแต่ก่อนออกบวชมีปกติว่าเห็นอะไรข้างนอก ก็ย้อนมองกลับเข้ามาเปรียบเทียบกับตัวเอง เข้าทำนองดูโขนดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง นี่เป็นหลักสำคัญที่ทำให้พระองค์ได้มาตรัสรู้