อย่ามามั่วนิ่ม

tag ที่มักมาด้วยกัน: เสาแก้วพันปี กรีนการ์ด กรรมตระหนี่ ภูมิแพ้ไซนัส สั่งซื้อเนื้อสัตว์ อุทิศบุญ สมบัติจักรพรรดิ โชติกเศรษฐี

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 15 พ.ย. 2548

  • 6:08 เกริ่นนำกรณีศึกษาวันนี้: อย่ามามั่วนิ่ม และจะเล่าเรื่องโชติกเศรษฐี
    บอกว่าวันนี้มีเรื่องราวดี ๆ ของกรณีศึกษาที่จะทำให้เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมได้ดีขึ้น ชื่อเรื่องก็แปลกดี ชื่อว่าอย่ามามั่วนิ่ม และวันนี้ยังมีเรื่องของท่านโชติกเศรษฐี เศรษฐีผู้มีบุญในกาลก่อนสมัยพุทธกาลที่มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง มาเล่าสู่กันฟัง เพราะหลาย ๆ เรื่องเรายังไม่ทราบเลย พร้อมชวนจองเสาแก้วพันปี ถ้าจองได้ก็สามร้อยต้น ถ้าไม่ได้ก็เอาสักต้นหนึ่ง
  • 1:35:24 จดหมายจากบอสตัน: บวชสามเณร อ่านมงคลชีวิต แล้วบวชธรรมทายาทรุ่นอัศจรรย์ตะวันแก้ว
    ผู้เขียนเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ปัจจุบันอยู่ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เล่าว่าเมื่อครั้งยังอยู่เมืองไทยได้รู้จักวัดพระธรรมกายตอนบวชเป็นสามเณรที่วัดแถวบ้านช่วงปิดเทอมสมัยเรียนชั้น ม.2 ได้อ่านหนังสือมงคลชีวิตเล่มที่สองแล้วถูกใจมาก อ่านรวดเดียวจบ จึงมาที่วัดพระธรรมกายตามที่อยู่ในหนังสือ จากนั้นก็ห่างวัดไปเพื่อเรียนต่อจนจบปริญญาตรี แล้วได้พบกัลยาณมิตรท่านหนึ่งจึงกลับมาทำบุญอีกครั้ง ได้บวชเป็นพระธรรมทายาทรุ่นปี 2541 รุ่นอัศจรรย์ตะวันแก้ว ช่วงนั้นปลื้มมากและชวนคนในบ้านมาวัดได้ ครอบครัวร่วมบุญทุกบุญของวัดสม่ำเสมอ ปี 2548 ยังเป็นประธานกองหล่อองค์พระสี่กอง เสาแก้วอีกหนึ่งต้น และล่าสุดร่วมบุญสร้างมหารัตนบัลลังก์ของหลวงปู่ห้าสิบแผ่น ครูไม่ใหญ่ชมว่านักบุญอย่างนี้น่าจะมีสมบัติแบบท่านโชติกเศรษฐี
  • 1:39:42 คุณพ่อคุณแม่ลำบากในบ้านกงสี คุณแม่ถูกกล่าวหาว่าทำคุณไสยเพราะเรื่องทุเรียน
    ผู้เขียนเล่าว่าช่วงเริ่มต้นของชีวิต คุณพ่อคุณแม่ประสบความยากลำบากมาก ช่วงแต่งงานใหม่ท่านเข้าไปอยู่บ้านคุณพ่อที่อยู่กันแบบกงสี ลูกแต่ละคนหาเงินได้เท่าไรต้องให้คุณปู่คุณย่าเก็บไว้ใช้จ่ายภายในบ้าน คุณแม่ต้องทำงานทุกอย่างในบ้านหนักกว่าคนรับใช้ เพราะคุณย่าและพี่น้องของคุณพ่อไม่ชอบคุณแม่ ไม่มีใครเป็นมิตรกับลูกสะใภ้คนนี้เลย ครั้งหนึ่งคุณพ่อซื้อทุเรียนมาให้คนที่บ้านทาน บังเอิญพี่ชายของคุณพ่อซึ่งมีอาการทางประสาทอยู่แล้วเกิดปวดท้อง จึงโทษว่าเกิดจากทุเรียนและกล่าวหาว่าคุณแม่เอาของที่มีคุณไสยมาใส่ให้ทาน ทั้งที่คุณแม่ยังไม่รู้เรื่องเลยเพราะคุณพ่อเป็นคนซื้อมาแจก พี่น้องคนอื่นและคุณย่าที่ไม่ชอบคุณแม่เป็นทุนเดิมจึงกล่าวหาว่าคุณแม่ทำคุณไสย แล้วให้ไปพิสูจน์กับหมอทรงเจ้า
  • 1:40:53 หมอทรงเจ้าเจอตะกรุดจากงานฝังลูกนิมิตแล้วหน้าแตก คุณพ่อจึงสวนว่าอย่ามามั่วนิ่ม
    ผู้เขียนเล่าว่าพอไปถึงหมอทรงเจ้าก็ทักทันทีว่าตัวเองนั้นมีของ คุณแม่บริสุทธิ์ใจอยู่แล้วจึงถอดเสื้อชั้นนอกให้ค้นตัว คนทรงพบตะกรุดจึงบอกว่าเห็นไหม นี่แหละของ คุณแม่ตอบว่านี่เป็นตะกรุดที่ได้จากงานฝังลูกนิมิตที่โบสถ์ ซึ่งน้องสาวคุณพ่อที่อยู่ในเหตุการณ์ก็มีเหมือนกัน เพราะมีหลายคนไปทำบุญปิดทองลูกนิมิตด้วยกัน หมอทรงเจ้าจึงหน้าแตก แต่ยังไม่ยอมแพ้จึงโบ้ยไปเรื่องอื่น คือชี้เส้นผมที่ติดอยู่ข้างหลังเสื้อแล้วบอกว่านี่คือขนหมาดำที่ใช้ทำของ คุณพ่อจึงสวนว่าขนหมาอะไรยาวเป็นคืบ นี่มันเส้นผมชัด ๆ แล้วรู้ไหมนี่มันเส้นผมเมียผม อย่ามามั่วนิ่ม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรื่อง
  • 1:45:06 แยกครอบครัวออกมาแล้วชีวิตดีขึ้น แต่คุณแม่โรคเยอะและคุณพ่อพบมะเร็งต่อมลูกหมาก
    หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นคุณพ่อจึงแยกครอบครัวออกมาอยู่เอง ทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่คุณแม่สุขภาพไม่แข็งแรงนักเพราะต้องทำงานหนักมาตลอด มือเป็นเหน็บชาทั้งสองข้าง เจ็บทั้งข้อมือ ตอนนอนต้องใส่เฝือกทั้งข้อมือ ตาเป็นต้อต้องผ่าตัดและหยอดตาทุกวัน จมูกรับกลิ่นไม่ค่อยดี ส่วนคุณพ่อได้รับการตรวจพบเนื้อมะเร็งที่ต่อมลูกหมากในระยะแรก ขณะนี้รักษาด้วยการฉีดยาระงับไว้ แต่โดยรวมร่างกายแข็งแรงดี
  • 1:45:45 อยู่บอสตันกับคุณป้าที่รักเหมือนแม่ และคุณป้าที่ถูกเพื่อนโกงบ้านโกงเงิน
    ผู้เขียนเล่าว่าขณะนี้อยู่ที่บอสตันกับคุณป้าซึ่งรักและผูกพันมาก เพราะในวัยเด็กคุณพ่อคุณแม่ต้องทำมาหากินไม่มีเวลาเลี้ยงดู จึงฝากให้คุณป้าช่วยเลี้ยง จึงรักคุณป้าเสมือนเป็นแม่อีกคนหนึ่ง บ้านที่อยู่เป็นบ้านกัลยาณมิตรหลังแรกในบอสตัน มีการนิมนต์พระอาจารย์จากวัดภาวนา นิวเจอร์ซี มาเป็นเนื้อนาบุญเดือนละครั้ง แต่คุณป้าต้องลำบากมาตลอด ท่านถูกเพื่อนโกงบ้านและโกงเงินจำนวนมากหลายครั้ง มาอยู่อเมริกาสิบเจ็ดปี แม้อยู่อย่างถูกกฎหมายแต่ไม่มีโอกาสได้กลับเมืองไทยเลย อีกทั้งยังเสียเงินไปประมาณสามแสนกว่าบาทจากการทำกรีนการ์ด
  • 1:47:00 ขายหุ้นร้านอาหารไทยที่ต้องขายเหล้า เพราะรวยชาติเดียวไม่คุ้มบาปในขุมห้า
    ผู้เขียนเล่าว่าอยู่กับคุณป้าเปิดร้านอาหาร เป็นทั้งกุ๊กและงานอื่น ขายส้มตำ ไข่หวาน ก๋วยเตี๋ยว ต่อมาได้หุ้นกับหุ้นส่วนทำร้านอาหารไทยที่ต้องขายเหล้า เบียร์ และไวน์ เพราะที่อเมริการ้านอาหารระดับดี ๆ ล้วนต้องมีเหล้าไว้บริการลูกค้า คนที่นี่ดื่มกันจนเป็นปกติ คือผิดปกติจนเป็นปกติ ผู้เขียนกับคุณป้าไม่อยากทำจึงตัดสินใจขายหุ้นออก แม้จะเป็นร้านที่ขายดี เพราะเห็นว่ารวยแค่ชาติเดียว และคิดว่าเงินที่ได้ยังไงก็ไม่คุ้มกับบาปที่ต้องไปรับในขุมห้า ครูไม่ใหญ่ชมว่าถูกต้องแล้ว ผู้เขียนบอกว่ายิ่งดูภาพนรกจาก DMC ยิ่งกลัว เพราะขนาดเวลาอาบน้ำเปิดน้ำอุ่นร้อนไปหน่อยก็ยังทนไม่ได้ แล้วถ้าต้องอยู่ในน้ำกรดจะทนทุกข์ขนาดไหน
  • 1:50:33 ลุงของภรรยาเป็นผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด แต่ติดเหล้าจากหน้าที่เลี้ยงลูกค้าจนถูกให้ออก
    ผู้เขียนเล่าถึงลุงของภรรยา ที่มีอดีตเป็นถึงนักเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์ ทำงานอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด มีเงินเดือนร่วมล้านบาท ได้รับหน้าที่เลี้ยงรับรองลูกค้า จนสุดท้ายตัวเองกลับต้องมาติดเหล้า จึงถูกให้ออกจากงาน ปัจจุบันกลายเป็นคนไม่มีงานทำ อยู่ได้โดยเงินช่วยเหลือจากทางรัฐเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • 1:51:02 คุณตาคุณยายและคุณปู่คุณย่า: คุณปู่ไข้ธรรมดาแต่พาไปรักษาด้วยผ้ายันต์จนเป็นปอดบวม
    ผู้เขียนเล่าว่าคุณตามีภรรยาอยู่ที่เมืองจีนหนึ่งคน มีลูกด้วยกันสองคน พอมาเมืองไทยก็ได้ภรรยาใหม่คือคุณยาย และมีบุตรด้วยกันหกคน คุณตาเป็นคนใจดี แต่สูบบุหรี่และดื่มเหล้าเล็กน้อย มีเพียงร้านขายของเล็ก ๆ ไว้หาเลี้ยงชีพ ชีวิตจึงไม่สบายเท่าไหร่ ต่อมาคุณยายเป็นลมและเสียชีวิตด้วยอายุเพียงสี่สิบปี คุณตาก็ไม่ได้แต่งงานใหม่และมีชีวิตลำบากมาตลอด จนอายุเจ็ดสิบเอ็ดปีก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ส่วนคุณปู่เป็นคนใจดี ซื่อ และเกรงใจคุณย่าอย่างมาก เพราะคุณย่าเป็นคนดุและไม่ค่อยยุติธรรมต่อลูก ๆ รักลูกสาวมากกว่าลูกชาย คุณปู่เสียชีวิตเพราะเป็นไข้ธรรมดา แต่ลูกที่มีความรู้ไม่ถูกต้องพาไปให้ซินแสรักษาด้วยการให้ทาน ผ้ายันต์วิเศษ และรดน้ำมนต์ ไข้ธรรมดาจึงกลายเป็นปอดบวมและเสียชีวิตอายุ 70 ปี หลังจากนั้นไม่นานคุณย่าก็เสียตามด้วยโรคหัวใจ
  • 1:53:01 น้องชายอายุ 22 วันตกจากโต๊ะหัวกระแทกอะไหล่รถยนต์จนกะโหลกบุบ
    ผู้เขียนเล่าว่าน้องชายคนรองคลอดก่อนกำหนด อยู่ในท้องเจ็ดเดือน แต่พอออกมาแล้วแข็งแรงดี หมอให้นำกลับมาดูแลที่บ้านโดยไม่ต้องอยู่ในตู้อบเหมือนเด็กคลอดก่อนกำหนดทั่วไป วันหนึ่งขณะที่แม่วางน้องไว้บนโต๊ะซึ่งทำเป็นที่นอน ท่านเคลิ้มหลับไปเพราะเพิ่งดื่มยาดองเหล้าที่มีคนแนะนำว่าทานแล้วแข็งแรงเร็วขึ้น น้องซึ่งนอนอยู่บนโต๊ะก็ดิ้นตกลงไป หัวกระแทกกับอะไหล่รถยนต์ที่วางอยู่ใต้โต๊ะ น้องร้องเสียงดังมากจนแม่ตกใจตื่น ตอนนั้นน้องมีอายุได้เพียง 22 วัน กะโหลกศีรษะบุบ แม่รีบพาไปหาหมอ หมอบอกว่าต้องผ่ากะโหลกแล้วใช้เครื่องมือเข้าไปงัดส่วนที่บุบให้กลับมาเหมือนเก่า
  • 1:54:28 คนทรงบอกว่าน้องเป็นลูกเทพ ขายให้ห้าสตางค์ แล้วนวดกะโหลกหกเดือนจนหูเสียข้างหนึ่ง
    ผู้เขียนเล่าว่าแม่กลัวว่าหลังการผ่าตัดน้องจะไม่รอดเพราะยังเล็กมาก ซึ่งเป็นคำแนะนำของหมอด้วย จึงตัดสินใจไม่ให้รับการผ่าตัดแล้วพาไปหาคนทรงแทน คนทรงบอกว่าเด็กคนนี้เลี้ยงเองไม่รอดเพราะเป็นลูกเทพ ต้องยกให้ จึงขายให้ในราคาห้าสตางค์ ครูไม่ใหญ่แทรกว่าตำหนักคนทรงมีรายได้ดีมาก ตำหนักละแสน หลังจากนั้นทุกวันพระและวันโกนแม่ต้องเอาน้องไปให้คนทรงนวดกะโหลก ทำอย่างนี้อยู่หกเดือน กะโหลกที่ยุบก็ค่อย ๆ กลับเป็นปกติ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้หูของน้องใช้งานได้เพียงข้างเดียว ปัจจุบันยังรักษาไม่หาย แต่ข้างเดียวนั้นก็รับฟังได้ทุกเรื่องราว
  • 2:00:51 คำถามทั้งชุด: โรคของคุณพ่อคุณแม่ ความลำบากของคุณป้า และศีรษะยุบของน้องชาย
    ผู้เขียนตั้งคำถามว่าทำไมคุณแม่มีโรคมาก ทำไมคุณพ่อเป็นมะเร็ง ด้วยบุญใดทำให้คุณพ่อยังไม่เป็นอะไร ต้องสร้างบุญอย่างไรภพชาติต่อไปจึงจะพ้นวิบากกรรมเช่นนี้ ทำไมคุณป้าต้องลำบากมาตลอด ถูกเพื่อนโกงบ้านโกงเงินและเสียเงินฟรีจากการทำกรีนการ์ด ตัวเองกับคุณป้าเคยเป็นแม่ลูกกันมาก่อนหรือเปล่า กิจการร้านอาหารต้องสั่งซื้อเนื้อสัตว์จำนวนมากจากตัวแทนขายเนื้อจะได้วิบากกรรมจากการสั่งฆ่าหรือไม่ ยิ่งมีหลายสาขายิ่งสั่งมากกรรมจะยิ่งมากหรือไม่ ครอบครัวได้สร้างองค์พระให้คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย ท่านอยู่ภพภูมิใดและได้รับอานิสงส์อย่างไร บาปกรรมใดทำให้น้องชายศีรษะยุบและหูไม่ได้ยินข้างหนึ่ง จะมีโอกาสหายไหม คนทรงใช้วิชาของอาจารย์วิทยาธรช่วยหรือเปล่า ทำไมรู้จักวัดตั้งแต่เด็กแต่ต้องห่างไปหลายปี ผู้ที่คิดจะบวชตั้งแต่เล็กต้องประกอบเหตุอย่างไร ทำไมเป็นโรคภูมิแพ้ไซนัสมาตั้งแต่เด็ก และเป็นโรคหลง ๆ ลืม ๆ ง่าย แล้วครูไม่ใหญ่ชวนให้นั่งใจนิ่ง ๆ นุ่ม ๆ เบา ๆ เดี๋ยวจะเห็นเอง
  • 2:05:31 ตอบ: พ่อแม่ลำบากตอนต้นเพราะกรรมตระหนี่ และคุณแม่ถูกเกลียดชังเพราะเคยแกล้งลูกสะใภ้
    ตอบว่าคุณพ่อคุณแม่มีชีวิตลำบากตอนต้นแต่สบายภายหลัง เพราะในอดีตมักตัดสินใจทำบุญช้าเพราะความตระหนี่ แต่ภายหลังก็ได้มาทำบุญ จึงทำให้วิบากกรรมตระหนี่ได้ช่องส่งผลก่อน กรรมตระหนี่หวงแหนคือไล่ทรัพย์ การให้คือเรียกทรัพย์มา ส่วนคุณแม่ถูกครอบครัวของคุณพ่อเกลียดชังกลั่นแกล้งใช้งานสารพัด เพราะในอดีตแม่ก็เคยทำลักษณะเดียวกับคุณย่าไว้ คือเคยแกล้งและข่มลูกสะใภ้ ใช้งานสารพัดอย่าง วิบากกรรมนี้จึงดึงดูดให้มาเจอบ้าง เป็นกรรมกงเกวียนกำเกวียน และคุณแม่มีโรคมากเพราะกรรมในอดีตเคยฆ่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยทำอาหารอยู่เป็นประจำ อีกทั้งชอบทะลึ่งตาใส่คนด้วยใจที่ขุ่นมัว จึงทำให้ชาตินี้สายตามัว
  • 2:06:57 ตอบ: คุณพ่อเป็นมะเร็งจากกรรมฆ่าสัตว์ทำอาหาร แต่บุญปัจจุบันมาตัดรอนไว้
    ตอบว่าคุณพ่อเป็นมะเร็งเพราะกรรมฆ่าสัตว์ทำอาหารเป็นประจำมาส่งผล แต่มีบุญที่ทำไว้ในปัจจุบันมาตัดรอน จึงทำให้ยังไม่เป็นอะไร วิธีแก้ไขคือต้องให้คุณพ่อคุณแม่สั่งสมบุญทุกบุญ ทั้งทาน ศีล ภาวนา แล้วอุทิศบุญกุศลไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยเฉพาะสรรพสัตว์ที่เราเคยไปเบียดเบียนเขาไว้
  • 2:07:26 ตอบ: คุณป้าลำบากเพราะกรรมตระหนี่และเคยโกงเขามา อีกทั้งเคยเป็นแม่ลูกกับผู้เขียน
    ตอบว่าคุณป้าลำบากมาตลอด ถูกเพื่อนโกงบ้านโกงเงินและเสียเงินฟรีจากการทำกรีนการ์ด เพราะกรรมตระหนี่ในอดีตตามมาส่งผลให้ลำบาก แต่ก็ทำบุญบ้างเป็นครั้งคราวจึงได้เงินมาบ้างจากการทำงานหนัก และในอดีตก็เคยไปโกงเขามา วิบากกรรมนี้จึงทำให้มาโดนโกงบ้างและเสียเงินฟรี ส่วนที่ผู้เขียนกับคุณป้ารักและผูกพันกันมากเพราะในอดีตเคยเป็นแม่ลูกกันมา และได้มาเกื้อกูลกันในปัจจุบันอีก
  • 2:08:20 ตอบ: สั่งซื้อเนื้อสัตว์มีวิบากจากการสั่งฆ่า แต่ซื้อเนื้อที่เขาฆ่าแล้วไม่มีวิบาก
    ตอบว่าการทำกิจการร้านอาหารที่ต้องสั่งซื้อเนื้อสัตว์จำนวนมากจากตัวแทนขายเนื้อ จะมีวิบากกรรมจากการสั่งค่าชีวิตสัตว์ คือสั่งว่าเอาเท่านั้นกิโลเท่านี้กิโล ยิ่งมีหลายสาขายิ่งสั่งมากก็ยิ่งมีวิบากกรรมมาก เพราะเท่ากับสั่งให้เขาฆ่า แต่ถ้าไปซื้อเนื้อสัตว์ที่เขาฆ่าตามปกติแล้ว โดยเราไม่ได้สั่งฆ่า ถ้าทิ้งไว้ก็จะเน่า เขาเอามาขาย ไม่มีใครซื้อก่อนเรา เราไปเห็นแล้วซื้อมา อย่างนี้ไม่มีวิบากกรรม ได้ชื่อว่าเสียทรัพย์แต่ไม่เสียศีล และไม่ได้ชื่อว่าสนับสนุนทางอ้อมด้วย เพราะสัตว์ที่ถูกฆ่านั้นมีวิบากกรรมเก่าเคยทำปาณาติบาตมา ถ้าเคยผูกเวรกับผู้ฆ่าก็มาฆ่ากัน ถ้าไม่ผูกเวรก็เป็นกรรมของตัวและเป็นกรรมใหม่ของผู้ฆ่า จึงไม่เกี่ยวกับเรา ต้องแยกให้เป็นประเด็น ๆ
  • 2:10:10 ตอบ: ปู่ย่าตาเป็นภุมเทวา และน้องชายศีรษะยุบหูดับเพราะเคยทำน้องตกหัวฟาดพื้น
    ตอบว่าคุณปู่ คุณย่า คุณตา เป็นภุมเทวาอยู่กันคนละหมู่บ้าน เมื่อรับบุญที่อุทิศไปให้แล้วก็ทำให้ท่านมีสภาพที่ดีขึ้น ส่วนคุณยายไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์แล้วจึงไม่ได้รับบุญที่อุทิศไปให้ แล้วตอบว่าน้องชายคนรองประสบอุบัติเหตุศีรษะยุบและหูไม่ได้ยินข้างหนึ่ง เพราะกรรมในอดีตเคยเลี้ยงน้องและเล่นกับน้องที่ยังนอนแบเบาะด้วยความเผลอ เล่นไปเล่นมาน้องตกลงมาหัวฟาดพื้น กับกรรมที่เคยดื่มสุราแล้วทะเลาะกันในวงเหล้า ได้ยกไหเหล้าทุ่มศีรษะเขา และกรรมที่ทำหูทวนลมไม่สนใจคำสั่งสอนของพ่อแม่เป็นครั้งคราว สามกรรมนี้มารวมส่งผล เพราะทำเป็นครั้งคราวจึงเป็นแค่บางส่วน ทางแก้คือให้สั่งสมบุญทุกบุญทั้งทาน ศีล ภาวนา อย่างสม่ำเสมอ แล้วอุทิศบุญให้ผู้ที่เราเคยไปเบียดเบียนไว้ อีกทั้งต้องอธิษฐานจิตบ่อย ๆ หลังจากทำบุญ
  • 2:12:11 ตอบ: ห่างวัดหลายปีเพราะไม่ได้อธิษฐานจิตล้อมกรอบ และวิธีให้ได้บวชตั้งแต่เยาว์วัย
    ตอบว่าที่รู้จักวัดตั้งแต่เด็กแต่หายไปหลายปีแล้วจึงกลับมาวัดใหม่ เพราะในอดีตทำบุญแล้วไม่ได้อธิษฐานจิตล้อมกรอบเอาไว้ให้ดีว่าจะต้องสร้างบารมีให้ได้ตลอดไป อีกทั้งทำบุญไม่สม่ำเสมอ มีอารมณ์ก็ทำบุญ ไม่มีก็ไม่ทำ ส่วนผู้ที่คิดจะบวชตั้งแต่เล็กให้ประกอบเหตุด้วยการสั่งสมบุญทุกบุญและอธิษฐานจิตบ่อย ๆ ให้เป็นผังสำเร็จติดตัวไปว่าให้ได้บวชตั้งแต่ยังเยาว์วัย แล้วผังนั้นก็จะเป็นไปตามความปรารถนา
  • 2:12:53 ตอบ: ภูมิแพ้ไซนัสเพราะเคยโยนลูกหมาลูกแมวลงน้ำ และโรคหลงลืมเพราะสุรากับโกหกลูกค้า
    ตอบว่าโรคภูมิแพ้ไซนัสที่เป็นมาตั้งแต่เด็ก หายใจไม่สะดวก เจ็บภายในช่องอกเป็นครั้งคราว ปวดหัวบ่อย ๆ เพราะกรรมในอดีตตอนเด็กชอบแกล้งสัตว์ โดยชอบโยนลูกหมาลูกแมวลงไปในน้ำบ่อย ๆ บางทีก็หัดให้มันว่ายน้ำแต่มันว่ายไม่ได้จนสำลักน้ำ วิบากกรรมนี้จึงมาส่งผล ส่วนโรคหลง ๆ ลืม ๆ ง่าย เพราะเสพสุราในอดีตกับตอนเป็นพ่อค้าที่มักชอบโกหกลูกค้าบ่อย ๆ ส่วนกรรมขายสุราในปัจจุบันยังไม่ส่งผล จะไปส่งผลในอนาคต และตอบต่อว่าที่เรียนจบการศึกษาระดับสูงแต่ต้องมาทำงานหนักและอยู่ห่างไกลวัด เพราะช่วงแรกมีความเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ด้วยสมองหนึ่งกับสองมือเท่านั้น ต้องเหนื่อยยาก จึงไม่ค่อยทำบุญ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ถูกครึ่งเดียวไม่สมบูรณ์ แต่ที่เรียนจบสูงเพราะสั่งสมบุญเรื่องปัญญาบารมีและการศึกษามาข้ามชาติ ส่วนที่อยู่ห่างไกลวัดก็เป็นเรื่องของปัจจุบันที่ต้องทำมาหากิน ให้ทำธุรกิจควบคู่กับการสร้างบารมีต่อไป อย่าย่อท้อ ต่อไปจะเจริญรุ่งเรืองเพราะบุญที่เคยสร้างกับหมู่คณะเริ่มจะส่งผลแล้ว