-
25:17
สารคดีวัดคีรีวงศ์: พระธุดงค์พบวัดร้างบนเขาดาวดึงส์ นครสวรรค์
สารคดีเล่าว่าที่วัดคีรีวงศ์เดิมมีพระธุดงค์มาพบซากโบราณวัตถุ สงสัยว่าเป็นวัดร้างจึงแจ้งกรมการศาสนาและกรมศิลปากรมาสำรวจเมื่อปี 2507 ท่านชวนญาติโยมสร้างกุฏิเล็ก ๆ สี่ห้าหลังกับศาลา แต่ถูกต่อต้านจากคนที่ครอบครองที่อยู่ก่อน สมัยนั้นเป็นป่าเป็นเขา ไม่มีไฟฟ้าไม่มีน้ำ ไม่มีใครอยากมาอยู่ ท่านเป็นพระที่มีศีลาจารวัตรงดงามและมักบอกว่ามารไม่มีบารมีจะไม่เกิด
-
28:50
สามเณรบุญรอดไปเรียนนักธรรมบาลีที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ
เมื่อครั้งยังเป็นสามเณรบุญรอด ท่านได้ไปศึกษานักธรรมบาลีที่วัดปากน้ำภาษีเจริญโดยการสนับสนุนของหลวงปู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ จนสอบนักธรรมประโยค 3 ได้สำเร็จ และปี 2497 ก็ไปเรียนต่อที่นั่นอีก ท่านบอกว่าที่ท่านมีวันนี้ได้ก็เพราะบารมีของหลวงปู่วัดปากน้ำ ถ้าไม่มีวัดปากน้ำท่านคงไม่ได้ไปอยู่กรุงเทพ
-
29:40
ฟื้นฟูวัดคีรีวงศ์และตั้งศูนย์ส่งเสริมพุทธศาสนาปี 2510
ท่านได้รับมอบหมายให้มาฟื้นฟูวัดคีรีวงศ์ซึ่งเป็นวัดร้างที่มีหลายกลุ่มเข้ามาครอบครองแสวงหาผลประโยชน์อยู่ก่อน แต่ท่านยังมุมานะทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาท่ามกลางความขัดแย้งโดยมีเมตตาธรรมเป็นเกราะป้องกันภัย ปี 2510 ตั้งศูนย์ส่งเสริมพุทธศาสนาขึ้นที่วัด จัดประชุมธรรมทุกวันอาทิตย์ เชิญญาติโยมมาฟังธรรมและนิมนต์พระวิทยากรจากที่ต่าง ๆ มาช่วยบรรยาย
-
30:29
รายการดาวธรรมช่วยยกระดับจิตใจคนด้วยสติ สมาธิ ปัญญา
ท่านให้ความเห็นว่าถ้ามีรายการโทรทัศน์แนวดาวธรรมมาก ๆ จะเป็นประโยชน์ในการกระตุ้นเตือนจิตใจคนให้สำนึกเรื่องบุญบาปและการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง เพราะรายการโทรทัศน์ทั่วไปส่งเสริมราคะ โลภะ โทสะ โมหะ จนจิตใจคนตกต่ำ แต่รายการดาวธรรมยกระดับจิตของคนให้สูงขึ้นด้วยสติ สมาธิ ปัญญา
-
31:28
ท่านทำหนังสือชี้แจงเมื่อวัดพระธรรมกายถูกโจมตีว่าสอนผิด
เล่าว่าสมัยหนึ่งมีหนังสือพิมพ์และหนังสือหลายฉบับโจมตีวัดพระธรรมกายว่าสอนผิด ท่านทำหนังสือคัดค้านไปหลายแห่ง ชี้แจงทั้งฝ่ายบ้านเมืองและฝ่ายคณะสงฆ์ว่าหลวงปู่วัดปากน้ำท่านสอนศีล สมาธิ ปัญญา วัดพระธรรมกายก็สอนศีล สมาธิ ปัญญา และส่งเสริมทั้งการศึกษา การปฏิบัติ และการเผยแผ่ธรรม จะผิดได้อย่างไร คนที่ว่าผิดคือคนที่ไม่เข้าใจ
-
32:29
40 ปีแห่งการพลิกผืนป่าให้เป็นธรรมสถาน เพชรแท้ในพระพุทธศาสนา
สารคดีสรุปว่า 40 ปีแห่งการทุ่มเทชีวิตพลิกผืนป่าให้เป็นธรรมสถานเพื่อการปฏิบัติธรรม ดั่งที่เห็นเป็นวัดคีรีวงศ์ในวันนี้ ท่านต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่เคยหวั่นไหวต่ออุปสรรค กลับสร้างมรดกธรรมไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง จึงกล่าวได้ว่าท่านคือเพชรแท้ในพระพุทธศาสนา เป็นพุทธบุตรต้นแบบที่ควรสักการะบูชา
-
33:55
ท่านสู้ผู้ที่อยากยึดที่ดินวัดด้วยขันติธรรมและเมตตาธรรม
ครูไม่ใหญ่ชี้ว่าการทำวัดร้างให้เป็นวัดรุ่งท่ามกลางผู้ที่อยากยึดที่ดินวัดนั้นไม่ง่ายเลย ท่านสู้ด้วยขันติธรรมและเมตตาธรรม สั่งสมความดี ไม่ใช่ฟันต่อฟันตาต่อตา ถ้าตาต่อตาก็ส่งสายตาอ่อนโยนและรอยยิ้มให้ ตลอด 40 ปีเป็นอย่างนี้ ครูไม่ใหญ่เล่าว่าตอนบวชใหม่ ๆ เคยไปกราบท่านตอนที่ท่านยังแข็งแรง และเวลานี้ท่านก็ยังมาให้กำลังใจครูไม่ใหญ่กับหมู่คณะบ่อย ๆ
-
35:48
ท่านพาญาติโยมเดินจงกรมขึ้นเขา ใครลองเดินจะรู้ว่าท่านทนได้อย่างไร
เล่าว่าท่านพาญาติโยม ภิกษุ สามเณร เดินจงกรมขึ้นเขา ใครไปลองเดินดูจะเคารพรักท่านมากและถามว่าท่านทนได้อย่างไร หน้าตาท่านเบิกบานมีรอยยิ้มตลอด ครูไม่ใหญ่บอกว่าเสียดายที่ตัดตอนที่ท่านเล่าเรื่องดี ๆ ไว้เยอะ ไว้วันหลังจะทยอยนำเรื่องราวของท่านมาเล่า เพื่อให้ญาติโยมรู้ว่าพุทธบุตรบวชมาแล้วมีกิจต้องทำอีกมาก ไม่ใช่เช้าเอนเพลนอน
-
37:00
ครูไม่ใหญ่ขอมีส่วนแห่งบุญและกราบมุทิตาสักการะ
ครูไม่ใหญ่เล่าว่าไปดูแล้วปลื้ม ชื่นใจ ทึ่ง ว่าท่านทำได้อย่างไร วัดท่านครบทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ และเทศนา ไม่ต้องหาเจ้าภาพเพราะเจ้าภาพไปหาท่านเอง สร้างบนพื้นราบยังหืดขึ้นคอ ท่านสร้างบนยอดเขาจึงลำบากมาก ครูไม่ใหญ่จึงอยากมีส่วนแห่งบุญกับท่าน และกล่าวกราบมุทิตาสักการะท่านด้วยความปลื้มปีติ