-
12:52
พรุ่งนี้ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันมหาปวารณา และให้พรว่าจงรวย จงแข็งแรง
บอกว่าพรุ่งนี้เป็นวันพระขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันมหาปวารณา แล้วตั้งคำถามว่าในฐานะชาวพุทธ จะทำอย่างไรจึงจะถูกหลักวิชา ก่อนจะให้พรว่าจงรวย จงแข็งแรง จงมีอายุขัยยืนยาว จงเข้าถึงธรรม จงสมหวังดังใจทุกสิ่ง และบอกให้เอาไปแบ่งกัน
-
58:10
สารคดีวันมหาปวารณา ที่มาจากพระภิกษุที่ตั้งกติกาถือมูควัตรไม่พูดกันตลอดพรรษา
สารคดีเล่าประวัติความเป็นมาของการทำปวารณาในวันออกพรรษา ว่าเกิดขึ้นเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประทับจำพรรษาอยู่ที่พระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี มีพระภิกษุกลุ่มหนึ่งแยกย้ายกันจำพรรษา อยู่ตามอารามรอบพระนคร เกรงจะขัดแย้งกันจนอยู่ไม่เป็นสุขตลอดพรรษา จึงตั้งกติกาว่าจะประพฤติมูควัตร คือนิ่งไม่พูดจากันตลอดสามเดือน เมื่อออกพรรษาแล้วเข้าเฝ้ากราบทูล พระพุทธองค์ทรงตำหนิ และมีพระพุทธานุญาตให้พระภิกษุปวารณาต่อกันได้สามลักษณะ คือด้วยการเห็น การได้ยิน และการสงสัย
-
1:00:08
ความต่างระหว่างวันออกพรรษากับวันมหาปวารณา ที่เป็นวันเดียวกันแต่คนละความหมาย
อธิบายว่าวันมหาปวารณาตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งเป็นวันเดียวกับวันออกพรรษา แต่ถือกันคนละความหมาย วันออกพรรษาคือวันสิ้นสุดการอยู่จำพรรษา ซึ่งพระสงฆ์ยังต้องอยู่ให้ครบอีกหนึ่งราตรี จึงจะบริบูรณ์ ส่วนวันมหาปวารณาคือวันที่พระภิกษุสงฆ์ทุกรูป ทั้งพระผู้ใหญ่และพระผู้น้อย เปิดโอกาสอนุญาตให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ด้วยจิตเมตตา
-
1:01:34
คำกล่าวปวารณา และอุปมาผงเข้าตาตัวเองที่ต้องอาศัยคนอื่นช่วยดู
อ่านคำแปลคำกล่าวปวารณาว่าข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ กระผมขอปวารณาต่อสงฆ์ หากท่านทั้งหลายได้เห็น ได้ยิน หรือสงสัยว่าผมทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขอโปรดว่ากล่าวตักเตือน เมื่อกระผมมองเห็นแล้วจักประพฤติตัวใหม่ให้ดี แล้วอธิบายว่าการอยู่ร่วมกันสามเดือน อาจมีข้อประพฤติไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นโดยรู้เท่าไม่ถึงการหรือมองไม่เห็น เสมือนผงเข้าตาตัวเอง ที่แม้อยู่ชิดลูกตาก็มองไม่เห็น ต้องขอให้คนอื่นช่วยดูหรือใช้กระจกส่อง
-
1:03:10
พระพรรษามากพรรษาน้อยตักเตือนกันได้ ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ทีหลังเหมือนล้อมรั้วก่อนวัวหาย
อธิบายว่าพระผู้มีพรรษามากกล่าวตักเตือนพระผู้มีพรรษาน้อยได้ และพระผู้มีพรรษาน้อย ก็ชี้แนะข้อบกพร่องของพระผู้มีพรรษามากได้เช่นกัน เพื่อพระผู้ใหญ่จะไม่สำคัญตนผิดว่าทำอะไรก็ถูกหมด การปวารณาเท่ากับช่วยระวังข้อประพฤติที่ไม่ดีของพระรูปหนึ่งก่อนจะลุกลามไปถึงพระหมู่มาก และถึงพระพุทธศาสนา จึงเป็นการป้องกันไว้ก่อนซึ่งดีกว่าการแก้ไขภายหลัง เหมือนล้อมรั้วไว้ก่อนที่วัวจะหาย
-
1:04:33
จุดมุ่งหมายห้าประการของการปวารณา จนเกิดศีลสามัญตา
ไล่จุดมุ่งหมายของการปวารณาห้าข้อ คือหนึ่งเป็นกรรมวิธีลดหย่อนผ่อนคลายข้อข้องใจที่เกิดจากความระแวงสงสัย สองเป็นทางประสานรอยร้าวจากการกระทบกระทั่งในการอยู่ร่วมกันให้กลับคืนดี สามเป็นทางเสริมความสามัคคีในหมู่ให้กลมเกลียวอยู่ร่วมกันอย่างสนิทใจ สี่เป็นแนวปฏิบัติให้เกิดความเสมอภาคในการแสดงความคิด ว่ากล่าวตักเตือนกันได้โดยไม่จำกัดยศ ชั้น พรรษา และวัย ห้าก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นมิตรปรารถนาดีเอื้อเฟื้ออาทร นำไปสู่พฤติกรรมที่ดีงามคล้ายกัน เรียกว่าศีลสามัญตา
-
1:05:55
อานิสงส์ของการปวารณา และชวนพุทธบริษัทสี่ปวารณากับคนข้างเคียง
ไล่อานิสงส์ของการปวารณา คือทำให้เกิดความบริสุทธิ์ในเพศบรรพชิตทั้งกาย วาจา ใจ คลายความระแวงสงสัย พระภิกษุทุกรูปจะรู้ข้อบกพร่องของตนและปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ได้ฝึกความอดทนต่อการถูกว่ากล่าวตักเตือน เปิดใจยอมรับฟังผู้ชี้ขุมทรัพย์ ได้ขอขมากันและกันจนอยู่ร่วมกันในหมู่คณะอย่างผาสุก สร้างความสมัครสมานสามัคคีในสังฆมณฑลให้เป็นหนึ่งเดียว และทำให้คณะสงฆ์เป็นปึกแผ่นแน่นเหนียว ยากแก่การถูกทำลาย ท้ายที่สุดชวนพุทธบริษัทสี่ถือโอกาสวันมหาปวารณาปวารณากับบุคคลข้างเคียง ให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้