-
3:01
ที่มาของปราสาทสามฤดู และจำนวนชั้นของแต่ละหลัง
ทบทวนเรื่องปราสาทสามฤดูของเจ้าชายสิทธัตถะ เล่าว่าเทวดาอยากให้ออกบวช แต่พระราชบิดาไม่อยากให้ออกบวช จึงสร้างปราสาทสามฤดูถวาย ตามตำราปราสาททั้งสามหลังสูงเท่ากันแต่จำนวนชั้นไม่เท่ากัน คือปราสาทฤดูหนาว 9 ชั้น ปราสาทฤดูร้อน 5 ชั้น และปราสาทฤดูฝน 7 ชั้น มีการเอ่ยเทียบกับปราสาทของโชติกเศรษฐีด้วย
-
6:12
ปราสาทฤดูหนาว: จิตรกรรมฝาผนังโทนสีอบอุ่นและผ้ากัมพลขนสัตว์
เฉลยการออกแบบปราสาทฤดูหนาวที่นักเรียนส่งมา จิตรกรรมฝาผนังต้องสร้างบรรยากาศ เน้นใช้โทนสีสว่างและภาพที่ให้ความอบอุ่น เช่น รูปกองไฟ ดูแล้วอุ่นตาอุ่นใจ ส่วนวัสดุผ้าทั้งผ้าม่านและของใช้เน้นผ้ากัมพล คือผ้าขนสัตว์
-
8:36
ปราสาทฤดูหนาว: ขยายอาคารให้สูง ปิดหน้าต่างกลางวันเปิดกลางคืน
ลักษณะอาคารของปราสาทฤดูหนาวจะขยายให้สูงขึ้น ประตูหน้าต่างปิดกลางวันเพื่อกันลมร้อน และเปิดกลางคืนเพื่อรับลมเย็น ตอนกลางวันที่ปิดก็ยังมีช่องเล็ก ๆ ไว้ระบายอากาศ ย้ำว่ายุคนั้นไม่มีเทคโนโลยี ต้องอาศัยการออกแบบตามธรรมชาติ
-
9:28
ปราสาทฤดูร้อน: จิตรกรรมรูปดอกบัวและภาพเรือกไม้ ผ้าป่านลินิน
เฉลยการออกแบบปราสาทฤดูร้อน จิตรกรรมฝาผนังนักเรียนตอบว่ารูปดอกบัว ซึ่งใกล้เคียงกับตำราที่ระบุว่าเป็นภาพเรือกไม้ ดูแล้วรู้สึกสบาย ส่วนวัสดุผ้าใช้ผ้าป่านและผ้าเปลือกไม้ ไม่ใช้ผ้าหนา
-
11:05
ปราสาทฤดูร้อน: สระบัวหน้าต่าง ท่อโปรยละอองน้ำ และกระถาง 108 ใบในห้องบรรทม
รายละเอียดปราสาทฤดูร้อน หน้าต่างแต่ละบานมีสระเล็ก ๆ ปลูกดอกบัวไว้ ติดท่อน้ำทำเป็นน้ำพุโปรยละอองให้ความชุ่มเย็น ห้องบรรทมมีกระถางทองกระถางเงินใหญ่ รวม 108 กระถาง ปลูกกอบัวและใส่ของหอมไว้ ตามทางเดินก็มีกระถางโลหะใหญ่ปลูกบัวห้าชนิด ทำให้ปราสาทมีกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว และแสงอาทิตย์ส่องได้มากกว่าหลังอื่นจนดอกบัวบานต้องแสง
-
12:58
ปราสาทฤดูฝน: ผนังสูงพอดี ภาพสระน้ำธรรมชาติ และไม่มีบุรุษเลย
เฉลยปราสาทฤดูฝนว่าแต่ละชั้นสูงพอดี ฝาผนังสูงพอดี เพื่อรับได้ทั้งอากาศเย็นและร้อน จิตรกรรมบางที่เขียนเป็นรูปสระน้ำและธรรมชาติให้ดูเย็นตาเย็นใจ วัสดุผ้าใช้ผ้าขนสัตว์และผ้าเปลือกไม้ จุดสำคัญคือในปราสาทไม่มีบุรุษเลย ยกเว้นเจ้าชายสิทธัตถะพระองค์เดียว มีแต่สตรีทั้งหมด ไม่เว้นแม้ยามเฝ้าประตู
-
15:10
เสวยสุขในปราสาทสามฤดู 13 ปี จนเป็นเจ้าชายสุขุมาลชาติ
สรุประยะเวลาที่เจ้าชายสิทธัตถะเสวยสุขในปราสาทสามฤดูว่า 13 ปี นับจากพระชนมายุ 16 ปีถึง 29 ปี ตลอดช่วงนั้นแทบไม่ได้เสด็จออกนอกปราสาทเลย เพราะอยู่ในความดูแลของพระราชบิดา จึงทรงเป็นเจ้าชายสุขุมาลชาติ เสวยสุขอยู่ในปราสาทดุจเทวดา