-
6:08
เกริ่นรายการวันนี้: กรณีศึกษามันมองมาทำไม และมินิซีรีส์กาลวริยเศรษฐี ตอนที่สอง
บอกว่าวันนี้มีกรณีศึกษากฎแห่งกรรมดี ๆ ที่ทำให้เข้าใจกฎแห่งกรรมมากขึ้น พูดชื่อเรื่องอย่างติดขัดเพราะเขียนไว้หลายชื่อจนสับสน แล้วบอกว่ายังมีมินิซีรีส์อีกเรื่องคือกาลวริยเศรษฐี ผู้ได้ขุมมหาสมบัติจากยักษ์ ก่อนจะไปถึงตรงนั้นให้มาแต่งเนื้อแต่งตัวด้วยรอยยิ้มกันก่อน
-
27:32
ทบทวนเศรษฐีผู้มีสมบัติจักรพรรดิสามท่าน ก่อนเข้ากาลวริยเศรษฐี ตอนที่สอง
ทบทวนว่าเศรษฐีที่มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่องที่ศึกษามาแล้วสามเรื่อง คือชฎิลเศรษฐีที่มีภูเขาทองตักไม่พร่อง โชติกเศรษฐีที่มีปราสาทแก้ว มีต้นกัลปพฤกษ์และขุมทรัพย์เกิดขึ้นตักไม่พร่อง และเมณฑกเศรษฐีที่มีแพะกายสิทธิ์ทองคำมากมาย เมื่อวานศึกษาเรื่องกาลวริยเศรษฐีตอนที่หนึ่ง วันนี้จะมาตอนที่สอง แต่ขอทบทวนตอนที่หนึ่งก่อน
-
28:14
สารคดีทบทวนตอนที่หนึ่ง: อานุภาพบุญเป็นอจินไตย คนจนกลับรวยได้ในทันใด
สารคดีเล่าว่าอานุภาพของบุญมีพลังมหาศาล เมื่อบุญส่งผลอะไรก็ต้านไม่อยู่ คนที่ยากจนมาแต่เกิดหากมีใจเป็นบุญก็อาจแก้ไขให้กลับรวยขึ้นมาได้ในทันใด การให้ผลของบุญนั้นเป็นอจินไตย คิดตามและเข้าใจได้ยาก บางคนอาจไม่เชื่อ แต่เคยมีมาแล้วในอดีตดังเรื่องกาลวริยเศรษฐีที่มีสมบัติมากจนไม่อาจคำนวณนับได้ เดิมท่านและภรรยาเป็นคนยากจนเข็ญใจมาก ข้าวแต่ละมื้อแทบไม่มีกิน แต่เมื่อพร้อมเพียงกันตัดความตระหนี่ถวายอาหารในส่วนของตน ชีวิตก็พลิกผัน
-
31:05
สารคดี: พระมหากัสสปะออกจากนิโรธสมาบัติเจ็ดวัน แล้วเล็งเห็นภรรยาของนายกาลวริยะ
สารคดีเล่าว่าภรรยาของนายกาลวริยะเป็นหญิงมีปัญญาและมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันหนึ่งขณะนางกำลังจัดเตรียมอาหารเช้าซึ่งมีเพียงข้าวยาคูกับน้ำผักดองเล็กน้อยให้สามี พระมหากัสสปเถระได้ออกจากนิโรธสมาบัติที่เข้าอยู่เจ็ดวัน แล้วรำพึงว่าวันนี้จะสงเคราะห์ใคร จึงเห็นภรรยาของนายกาลวริยะเข้ามาในญาณทัศนะ ท่านเห็นว่าหากคนทั้งสองได้ถวายอาหารบิณฑบาตแก่ท่าน สมบัติใหญ่จะบังเกิดขึ้น จึงครองจีวรอุ้มบาตรไปยืนอยู่หน้าเรือนของนายกาลวริยะ
-
32:42
สารคดี: นางถวายข้าวยาคูทั้งหมดโดยไม่คิดถึงตัวเอง แล้วพระเถระนำไปถวายพระบรมศาสดา
สารคดีเล่าว่านางดีใจมากที่เนื้อนาบุญมายืนอยู่เบื้องหน้า จึงนิมนต์พระเถระให้รับบาตรแล้วใส่ข้าวยาคูที่เตรียมไว้ทั้งหมดลงในบาตร โดยมิได้นึกว่าตนและสามีจะบริโภคอะไร นางตัดความตระหนี่ให้หลุดขาดจากใจแล้วน้อมถวายด้วยความปลาบปลื้ม เมื่อแจ้งให้นายกาลวริยะทราบ เขาก็ปีติยินดีอย่างยิ่งและอนุโมทนาในบุญนั้น ฝ่ายพระมหากัสสปะกลับไปยังมหาวิหาร น้อมถวายข้าวยาคูแด่พระบรมศาสดา พระองค์ทรงรับแต่เพียงพอสำหรับพระองค์แล้วทรงถวายต่อให้พระภิกษุรูปอื่น ด้วยพุทธานุภาพข้าวยาคูส่วนที่เหลือเพียงพอสำหรับพระภิกษุถึงห้าร้อยรูป
-
34:16
สารคดี: พุทธพยากรณ์ว่าทั้งสองจะเป็นมหาเศรษฐีภายในเจ็ดวัน มหาชนต่างคลางแคลง
สารคดีเล่าว่าพระมหากัสสปเถระทูลถามพระบรมศาสดาถึงผลบุญที่นายกาลวริยะและภรรยาจะได้รับ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพยากรณ์ว่าด้วยอานุภาพแห่งบุญนี้ทั้งสองจะกลายเป็นมหาเศรษฐีภายในเจ็ดวัน ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมือง มหาชนต่างคลางแคลงว่าทรัพย์มหาศาลจะบังเกิดขึ้นกับคนทั้งสองได้อย่างไร และคอยดูว่าคำพยากรณ์จะเป็นจริงหรือไม่ โดยเฝ้าคอยกันอยู่ถึงหนึ่งวันเต็ม
-
44:14
สารคดีตอนที่สอง: พระราชารับปากส่งพระกระยาหารไปให้โจรที่ถูกเสียบหลาว
สารคดีตอนที่สองเล่าว่าพระราชาเสด็จออกนอกพระนคร แล้วรับปากว่าจะส่งอาหารไปให้โจรที่ถูกลงโทษเสียบหลาว เมื่อจะเสวยพระกระยาหารในเวลาเย็นจึงทรงระลึกได้ จึงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ตีกลองประกาศว่าผู้ใดสามารถนำอาหารนี้ไปให้แก่โจรได้ จงมารับทรัพย์หนึ่งพันกหาปณะไป
-
45:58
สารคดี: ไม่มีใครกล้ารับอาสา ภรรยานายกาลวริยะรับอาสาและปลอมตัวเป็นชาย
สารคดีเล่าว่าเจ้าหน้าที่ตระเวนตีกลองประกาศถึงสามครั้งก็ไม่มีผู้ใดกล้ารับอาสา เพราะกลางคืนภายนอกพระนครเต็มไปด้วยอันตราย ทั้งภัยจากภูตผีปีศาจ สัตว์ร้าย และโจรผู้ร้าย แต่ภรรยาของนายกาลวริยะได้ยินข่าวก็ขอรับอาสาทันทีโดยไม่พรั่นพรึง ราชบุรุษจึงนำนางไปแสดงตัวต่อพระราชา พระองค์ทรงมีเมตตาและตรัสถามว่านางทราบหรือไม่ว่าหนทางนั้นน่าหวาดกลัวเพียงไร เมื่อได้รับคำยืนยันอย่างมั่นใจ จึงให้นางปลอมตัวเป็นชาย ผูกสอดอาวุธอย่างครบครัน แล้วให้ถือถาดอาหารสำหรับเสวยของพระองค์ออกจากพระนครไป
-
47:24
สารคดี: พบยักษ์ที่โคนต้นตาลใหญ่ แล้วใช้ปัญญาตอบว่าตนเป็นราชทูต
สารคดีเล่าว่าภายนอกพระนครในยามดึกสงัดนั้นมืดมิดยิ่งนัก แต่นางก็เดินไปด้วยความองอาจ กระทั่งถึงโคนต้นตาลใหญ่อันเป็นที่สิงสถิตของยักษ์ชื่อทีฆตาละ ยักษ์เห็นมนุษย์เดินเข้ามาในเขตที่อยู่ของตนจึงร้องทักด้วยเสียงน่าสะพรึงกลัวว่าจงหยุด บัดนี้เจ้าได้กลายเป็นอาหารของข้าแล้ว นางแม้หวาดกลัวแต่ควบคุมสติได้ ยืนนิ่งแล้วใช้ปัญญาโต้ตอบว่าเจ้ากินเราไม่ได้ เราไม่ใช่อาหารของเจ้า เราเป็นทูตของพระราชาจะนำอาหารไปมอบให้บุรุษผู้ถูกเสียบหลาวอยู่ เมื่อยักษ์ถามหาเครื่องยืนยัน นางก็ชี้ถาดอาหารสำหรับพระราชาทรงเสวยเป็นหลักฐาน
-
49:01
สารคดี: ยักษ์ให้ขุมสมบัติเจ็ดขุมแลกกับการประกาศข่าวคลอดบุตร และสุมนเทพยกขุมทรัพย์ให้อีก
สารคดีเล่าว่ายักษ์ขอให้นางนำข่าวไปประกาศให้ว่าบัดนี้นางกาฬีผู้เป็นธิดาของสุมนเทพ ภรรยาของทีฆตาละยักษ์ ได้คลอดบุตรแล้ว แล้วมอบขุมสมบัติใหญ่เจ็ดขุมซึ่งมีอยู่ที่โคนต้นตาลนั้นให้นางเป็นค่าตอบแทน ระหว่างเดินไปนางก็เปล่งร้องแจ้งข่าวนั้นไปพร้อมกัน ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วในหมู่อมนุษย์ กระทั่งสุมนเทพซึ่งกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางสมาคมของยักษ์ได้ยินก็ยินดี จึงให้เรียกนางเข้ามา เมื่อได้ฟังข่าวจากปากของนางอีกครั้งก็ทั้งดีใจและเลื่อมใสในความกล้าหาญของนาง จึงยกขุมทรัพย์จำนวนมากที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้นั้นให้นางด้วย
-
50:47
สารคดี: ป้อนอาหารโจรที่ถูกเสียบหลาว โจรกัดมวยผม นางชักดาบตัดมวยผมแล้วกลับ
สารคดีเล่าว่าเมื่อรับมอบทรัพย์แล้ว นางรีบนำอาหารไปให้บุรุษที่ถูกตัดสินประหารด้วยการเสียบหลาวรับประทาน เมื่อป้อนเสร็จก็เอาผ้ามาเช็ดปากให้ ฝ่ายโจรร้ายเมื่อได้รับสัมผัสจากมือของนางก็รู้ว่าเป็นผู้หญิง จึงคิดหาทางรอดชีวิตด้วยการจะถอนตัวออกจากหลาว แล้วกัดมวยผมของนางไว้ นางไม่หวั่นไหวเพราะเตรียมตัวมาพร้อม จึงชักดาบที่เหน็บไว้ตัดมวยผมนั้นจนขาดแล้วเดินทางกลับทันที
-
57:19
พรุ่งนี้ติดตามตอนที่สาม และถึงเวลารวยของเราแม้จะไม่รวยข้ามคืน
บอกว่าพรุ่งนี้จะติดตามตอนที่สามว่ากาลวริยเศรษฐีเป็นเศรษฐีจริงหรือไม่ เพราะตอนนี้เขายกสมบัติให้แล้วแต่ยังต้องดูว่าจะขนกันอย่างไร แล้วบอกว่าถึงเวลารวยของเราแล้ว แม้เราจะไม่รวยปุบปับ ไม่รวยฉุกละหุก ไม่รวยข้ามคืนเหมือนนาง แต่ให้มาเอาบุญใหญ่ก่อนเพื่อไปรวยในภพเบื้องหน้า ส่วนปัจจุบันก็สร้างบารมีให้เต็มที่ ให้ความรวยระดับนี้เป็นเพียงเศษตังค์สำหรับสร้างบารมีในภพชาติต่อไป