มะเร็งโพรงจมูก
tag ที่มักมาด้วยกัน:
ฉันจะเป็นแสงสว่างให้กับเธอ
ล่าสัตว์
มะเร็งเต้านม
เจ้าโทสะ
การุณยฆาต
กรรมกาเมสุมิจฉาจาร
ภุมเทวา
อุทิศบุญ
-
1:38:56
หลานชายอายุ 26 ปี กำพร้าพ่อแม่ที่เสียด้วยมะเร็ง และมีนิสัยเจ้าโทสะ
หลานชายเป็นลูกของโยมพี่สาวคนโต ปัจจุบันอายุ 26 ปี กำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก พ่อของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่จมูกเมื่อปี 2540 แม่ของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่หน้าอกเมื่อปี 2541 หลานชายจึงมาอยู่ในความดูแลของโยมพี่สาวคนรองและโยมแม่ตั้งแต่เล็กจนโต เขามีนิสัยโมโหร้าย เจ้าโทสะ เวลาโกรธมักทำร้ายข้าวของ
-
1:57:16
เฉลย: พี่สาวคนโตและสามีตายด้วยมะเร็ง ไปเป็นภุมเทวาบ้านติดกัน
พี่สาวคนโตเป็นมะเร็งเพราะกรรมปาณาติบาตต่างกรรมต่างวาระหลายครั้ง รวมกับกรรมเจ้าชู้ทั้งในชาติที่เกิดเป็นหญิงและเป็นชายหลายชาติมารวมส่งผล ส่วนสามีมีกรรมฆ่าสัตว์และทำร้ายคนในอดีตหลายชาติ ชาติหนึ่งทะเลาะกับเพื่อนบ้านจนทำร้ายเขาด้วยท่อนไม้ทำให้จมูกบาดเจ็บอย่างรุนแรง เป็นกรรมนำแล้วกรรมปาณาติบาตอื่นมาเสริม จึงเป็นมะเร็งในโพรงจมูกในชาตินี้ ตายแล้วทั้งคู่ไปเป็นภุมเทวาระดับทั่วไปในหมู่บ้านภุมเทวาแห่งหนึ่ง บ้านเรือนเคียงกัน ต่อมาได้รับบุญที่อุทิศไปให้จึงมีสภาพดีขึ้นในทุกด้าน
-
1:43:07
สามีเผาสัตว์น้ำทั้งเป็น ปี 2539 ก้อนเนื้อหลังกกหูกลายเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกระยะสาม
อีกครั้งหนึ่งสามีจับสัตว์น้ำตัวใหญ่ได้ (ชื่อสัตว์ถอดเพี้ยน) นำไปเผาทั้งเป็น มันดิ้นทุรนทุรายในกองไฟ แล้วแล่เนื้อไปขาย ครูไม่ใหญ่แทรกว่าทำไมต้องรวย รวยได้ต้องมีบุญ ต้องทำบุญบ่อย ๆ ไม่ใช่ทำครั้งหนึ่งหยุดไปห้าปี ปี 2539 มีก้อนเนื้อแข็งนูนที่หลังกกหูของสามี แต่ไม่ไปหาหมอ เพราะเคยมีก้อนคล้ายกันใต้ผิวหนังตามแขนซึ่งหมอบอกว่าเป็นก้อนไขมัน ผ่านไปหนึ่งปีก้อนโตเท่าไข่ไก่ ตรวจพบเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกระยะที่สาม หมอผ่าคว้านออก ฉายแสง 40 ครั้งจนคอดำ กินอะไรไม่ได้ น้ำหนักลด 16 กิโลในเวลาเดือนเศษ แปดเดือนต่อมามีก้อนปูดที่กกหูอีกข้าง ฉายแสงอีก 40 ครั้งและให้คีโม
-
1:44:57
สามีเจาะคอเจาะท้อง หน้าบวมเหมือนปลาชะโดที่เคยยิง ภรรยาขอหมอฉีดยาให้ไปอย่างสงบแต่หมอไม่ทำ
สองเดือนก่อนตาย สามีต้องเจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจ เจาะท้องให้อาหารทางสาย หน้าบวมมากเหมือนปลาชะโดที่เขาเคยยิง ผู้เขียนนำมาดูแลเองที่บ้าน จนต้องกลับเข้าโรงพยาบาลเพราะเนื้อรอบรูให้อาหารเปื่อย สายหลุดบ่อย ลูกชายบอกให้นึกถึงพระ ครูไม่ใหญ่แทรกว่าจะนึกถึงพระตอนนั้นไม่ง่าย ต้องนึกทุกวัน ทำการบ้านที่ให้ไว้ ไม่เห็นไม่เป็นไร ขอให้รู้สึกว่ามีพระในท้อง วันนั้นตอนเช้าอาการยังดี แต่บ่ายสองโมงอาละวาดเหมือนเห็นใคร ดิ้นทุรนทุราย ผู้เขียนคิดว่าไม่รอดแน่และไม่อยากให้ทรมาน จึงปรึกษาแพทย์ที่สนิทกันให้ฉีดยาให้ไปอย่างสงบ แต่หมอไม่ทำ คืนนั้นผู้เขียนหลับไปจนตีห้า ตื่นมาเห็นสามีนอนเงียบคิดว่าหลับ จึงออกไปโทรศัพท์ กลับมาเห็นพยาบาลเช็ดตัว บอกว่าสามีเสียชีวิตแล้ว ผู้เขียนคิดว่าคงเป็นเรื่องกฎแห่งกรรม