-
1:03:06
ทบทวนจดหมายพระจันทิมา พระพม่าในเกาหลีดูรายการผ่านจานดาวธรรม และคนเกาหลีหันไปนับถือศาสนาอื่น
ทบทวนจากวันที่ 3 กุมภาพันธ์ จดหมายพระจันทิมา พระชาวพม่านิกายเถรวาท อายุ 36 ปี บวชที่พม่าตั้งแต่เด็ก เคยอยู่วัดในไทยสี่ปีจึงใช้ภาษาไทยได้ เดินทางไปประเทศพุทธสิบประเทศเพื่อเรียนรู้ความต่างของเถรวาทกับมหายาน ดูแลวัดพม่าในเกาหลีมาเจ็ดปี ช่วงตรุษจีนหมู่คณะวัดพระธรรมกายมาติดตั้งจานดาวธรรมให้ ประทับใจที่ธรรมะเผยแผ่กว้างไกล งงว่าไม่มีโฆษณาแล้วใครสนับสนุน อยู่เกาหลีจึงรู้ว่าคนเกาหลีหันไปนับถือศาสนาอื่นเพราะขาดการสอน โบสถ์อยู่ในเมืองแต่วัดอยู่ป่าเขาด้วยปัญหาการเมืองในอดีต และเห็นด้วยกับข้อสิบเอ็ดที่ให้ช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนา เรื่องพระศาสนาอย่าวางอุเบกขา กลางช่วงมีบรรทัดเพี้ยน
-
1:06:35
พม่าและเกาหลีห้ามสื่อตำหนิพระรัตนตรัย ครูไม่ใหญ่ว่าแม้ข่าวจริงก็สั่นคลอนศรัทธา ควรแจ้งผู้ปกครองสงฆ์
พระจันทิมาเล่าว่าพม่าห้ามสื่อตำหนิพระรัตนตรัยอย่างเข้มงวด เกาหลีก็ไม่มีสื่อที่มุ่งโจมตีเหยียดหยามพระพุทธศาสนา มีกฎหมายคุ้มครอง ถ้ามีเรื่องไม่ดีจะจัดการกันเองตามลำดับการปกครอง ไม่ขยายให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ครูไม่ใหญ่ขยายว่าข่าวบางอย่างไม่จริง บางอย่างจริงเจ็ดเท็จสาม หรือจริงแต่ขยาย ล้วนเกิดผลเสียเพราะชาวพุทธมีปัญญาไม่เสมอกัน ผิดพลาดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ทำให้พุทธบุตรที่ดีเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์เสื่อมเสียไปด้วย ศรัทธาที่เป็นที่พึ่งในใจสั่นคลอนแล้วคำสอนที่ไม่สมบูรณ์จะแทรกเข้ามา แม้จริงก็ไม่ควรออกสื่อ ควรแจ้งผู้ปกครองสงฆ์ เกาหลีจึงมีเจ้าหน้าที่คอยเช็คสื่อ
-
1:10:54
ต่างศาสนาในเกาหลีห้ามเขียนว่าร้ายพุทธ เกาหลีมีหนังสือพิมพ์พุทธสิบฉบับ แต่สื่อไทยลงแต่ข่าวไม่ดีของพระ
แม้ต่างศาสนามาเผยแผ่ในเกาหลีก็ห้ามออกสื่อว่าร้ายพระพุทธศาสนา ครูไม่ใหญ่เล่าว่าผู้เผยแผ่ศาสนาเทวนิยมบางคนไม่ทำตามศาสดาของตนที่สอนให้รักเพื่อนมนุษย์ ไม่เคยสอนให้เป็นศัตรูกัน (ช่วงเล่าตัวอย่างมีบรรทัดเพี้ยนหลายบรรทัด) พระจันทิมาเล่าต่อว่าเกาหลีมีหนังสือพิมพ์พุทธศาสนาไม่ต่ำกว่าสิบฉบับลงแต่ข่าวดีเรื่องงานบุญและการปฏิบัติธรรม แต่ประหลาดใจที่เมืองไทยซึ่งถือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เป็นหัวใจ กลับลงแต่เรื่องไม่ดีของพระและขยายจนคนเสื่อมศรัทธา เหมือนทำลายหัวใจของตัวเอง จึงเห็นด้วยที่ให้ช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนา
-
1:13:08
จดหมายฉบับที่สองของพระจันทิมา ชอบความหมายของชื่อ อยากเป็นดั่งพระจันทร์ที่มีดาวเป็นเพื่อน
ครูไม่ใหญ่อ่านจดหมายอีกฉบับที่ขอคำปรึกษาเรื่องหนึ่ง (บรรทัดถอดเสียงเพี้ยน ฟังไม่ได้ความ) แล้วชี้ภาพพระอาจารย์จันทิมาที่กำลังแข็งแรงในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ฉบับที่สองท่านเขียนว่าตื่นเต้นที่หลวงพ่อพูดถึงเมื่อวันก่อนว่าจันทิมาคือผู้สว่างดุจพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ชอบมาก อยากเป็นแบบพระจันทร์ที่เย็นจึงมีดวงดาวเป็นเพื่อนเยอะ คืออยากมีเพื่อนสหธรรมิกมาก ๆ มีบรรทัดเพี้ยนปนหลายบรรทัด
-
1:14:56
พระจันทิมาว่าไทยดูแลเรื่องศาสนาเบาเกินไป คนโจมตีศาสนามีนรกเต็มหัวใจ และพูดเรื่องไม่ดีของคนอื่นคือมีขยะในใจ
พระจันทิมามองจากต่างประเทศว่าเมืองไทยดูแลเรื่องศาสนาเบาเกินไป ศาสนาคือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่ขับไล่ความทุกข์ของประชาชน ไม่ใช่ของเล่นจะเขียนขายข่าวอะไรก็ได้ ต้องกล้าและเด็ดขาด มีกฎหมายคล้ายเกาหลี ชาวพุทธต้องรู้ว่าพระรัตนตรัยคืออะไรสำคัญอย่างไร ใครกล้าโจมตีว่าร้ายศาสนาแสดงว่ามีนรกอยู่เต็มหัวใจ จิตใจอ่อนแอ และโจมตีเพราะความอิจฉา ครูไม่ใหญ่ขยายว่าเวลาเราพูดเรื่องไม่ดีของคนอื่น แปลว่าเรื่องนั้นเข้ามาอยู่ในใจเราแล้ว ใจรับได้ทีละอย่างจึงนึกเรื่องดีของเขาไม่ออก เท่ากับมีขยะอยู่ในใจ
-
1:26:42
พระเกาหลีในอดีตคิดว่ายังไม่บรรลุจึงไม่สอน คนจึงเปลี่ยนศาสนา นักบวชต่างศาสนาสามแสน พระสามหมื่น
ต้นช่วงครูไม่ใหญ่แทรกว่าอยากรู้ว่ามหารัตนวิหารคดจะเสร็จเมื่อไร พระจันทิมาเล่าต่อว่าญาติโยมอยากศึกษาธรรมะ แต่พระเกาหลีในอดีตคิดว่าตัวเองยังไม่บรรลุจะไปสอนคนอื่นได้อย่างไร กลัวพูดไม่ถูก จึงไปปฏิบัติตามป่าเขา พอต่างศาสนามาสอน ญาติโยมก็เปลี่ยนศาสนา ข้อมูลที่ท่านทราบคือเกาหลีมีนักบวชต่างศาสนาสามแสนคน พระภิกษุชาวพุทธสามหมื่นรูป เถรวาทเพียงสามสิบห้ารูป มองไปทางไหนก็เห็นสัญลักษณ์ต่างศาสนา ถ้าพระเทศน์สอนเรื่องกฎแห่งกรรมคนจะเห็นคุณค่าพระพุทธศาสนา ท่านประทับใจคำว่าพุทธบุตรต้องเป็นหนึ่งเดียวเหมือนดวงตะวันดวงเดียว ท้ายช่วงมีบรรทัดเพี้ยนปนภาษาอังกฤษยาว