เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

โรงงานทำวิชชา

tag ที่มักมาด้วยกัน: วัดปากน้ำภาษีเจริญ คุณยายอาจารย์ไม่รู้หนังสือ ปลาสลิดอร่อยตรงไหน บ้านหลังเล็ก ลุงเปล่ง คุณยายอาจารย์จันทร์ ขนนกยูง ยินดีตามมีตามได้ หอจันทร์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 17 ม.ค. 2549

  • 46:33 คุณยายอาจารย์อ่านเขียนไม่ได้ แต่ตอบคำถามหลวงปู่ได้ทุกคำถาม
    เล่าว่าคุณยายอาจารย์เป็นคนไม่รู้หนังสือ อ่านเขียนไม่ได้ นับตัวเลขไม่ได้ แต่ตอบคำถามของพระเดชพระคุณหลวงปู่ในหมู่ผู้รู้ในโรงงานทำวิชชาได้ทุกคำถาม มีเพียงคำถามเดียวที่ตอบไม่ได้คือปลาสลิดอร่อยตรงไหน เพราะไม่ได้ใส่ใจเรื่องอาหาร กินให้หนักท้องพอมีกำลังไปทำความเพียรทำใจหยุดนิ่ง ผู้ถามคือผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายซึ่งไม่ใช่คำถามธรรมดา คนที่ตอบได้จึงไม่ธรรมดาด้วย
  • 47:41 คำถามในโรงงานทำวิชชาล้วนออกนอกภพ และเรื่องลุงเปล่งที่ได้เข้าไปแต่ห้ามถาม
    อธิบายว่าคำถามของหลวงปู่ในโรงงานทำวิชชาส่วนใหญ่เป็นเรื่องนอกภพ ผู้รู้ในนั้นเข้าใจกันแต่ออกมาข้างนอกแล้วคุยกับใครไม่ได้ ยกตัวอย่างลุงเปล่งที่ได้รับอนุญาตให้งัดกลอนประตูเข้าไปในโรงงานทำวิชชาได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องนั่งฟังเฉย ๆ ห้ามพูด ห้ามซัก ห้ามถาม เพราะชอบถามเรื่อย ลุงเปล่งเล่าเรื่องนี้ให้ฟังตอนที่ครูไม่ใหญ่ยังเป็นนักศึกษาและเรียนวิชากับคุณยายที่บ้านหลังเล็ก ท้ายช่วงนี้ Whisper ถอดเพี้ยนจนอ่านไม่ได้

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 18 ม.ค. 2549

  • 1:16:31 ชีวิตคุณยายอาจารย์ระหว่างโรงงานทำวิชชากับหอจันทร์ และคำตอบเรื่องทุเรียน
    เล่าว่าคุณยายอาจารย์มีชีวิตอยู่ระหว่างโรงงานทำวิชชากับหอจันทร์ ไม่ออกไปไหน บางครั้งมีอารมณ์ร่วมกับทีมงานที่ออกไปรับแขกแล้วได้ขนมอร่อยมาถวาย จึงอยากเปลี่ยนบรรยากาศ แต่เข้าโรงงานทำวิชชาแล้วเขาเอากุญแจขังไว้ข้างนอก ออกไม่ได้นอกจากเหาะหรือดำดิน เคยขออนุญาตหลวงปู่ว่าอยากไปฟังธรรมในพระนครหรือไปหาทุเรียนหาขนม หลวงปู่ตอบว่าพรุ่งนี้เดี๋ยวจะเอามาให้ซึ่งแปลว่าอด หรือตอบว่าทุเรียนอยู่ในท้องเจ้าแล้ว ท่านอยู่อย่างนั้นไม่ใช่เป็นวันเป็นเดือนแต่หลายปีตลอดเวลา ต้องรักการปฏิบัติธรรมจึงอยู่เป็นสุข ยินดีตามมีตามได้ ได้เตียงเก่ามาก็ทำความสะอาดและซ่อม เจอตัวเรือดก็จับใส่กระโถนแล้วเช้าไปปล่อย จึงชวนให้พรุ่งนี้มาเชื่อมสายบุญกับคุณยายอาจารย์

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 14 ส.ค. 2549

  • 14:02 เป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ตั้งโรงงานทำวิชชา อยู่เรียบง่าย ศึกษาวิชชาธรรมกายสองกะทั้งวันทั้งคืน
    หลังได้รับมอบหมายเป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ท่านรวบรวมผู้มีบุญมาศึกษาวิชชาธรรมกาย สมมติเรียกที่ตรงนั้นว่าโรงงานทำวิชชา อยู่อย่างเรียบง่าย ใช้ไม้กระดานเก่า ๆ เพราะเวลาอยู่ในโลกไม่นาน แค่มีที่นั่ง ยืน เดิน นอนก็พอ แล้วเอาเวลาศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายเพื่อไปที่สุดแห่งธรรม ขจัดกิเลสอาสวะ ไปดับที่ต้นเหตุใหญ่เหมือนดับโรงงานใหญ่แทนที่จะดับหม้อไฟย่อย ๆ แบ่งเป็นสองทีมสองกะ กลางวันหกชั่วโมง กลางคืนหกชั่วโมง สลับหมุนเวียนกันไป ไม่ได้ไปแรมราตรีที่ไหนเลยตั้งแต่บรรลุธรรมกาย