เข้าสู่ระบบด้วย Facebook เข้าสู่ระบบด้วย Google

อปราชิตเศรษฐี

tag ที่มักมาด้วยกัน: จูงใจให้มาฟังธรรม พระคันธกุฎี โปรยรัตนะเจ็ดสูงเพียงเข่า ตักไม่พร่อง นครราชคฤห์ บรรลุอรหัตผล โชติกเศรษฐี พระวิปัสสีพุทธเจ้า

โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา 25 พ.ย. 2548

  • 1:20:11 สารคดี: อปราชิตเศรษฐีสร้างพระคันธกุฎีแล้วโปรยรัตนะเจ็ดสูงเพียงเข่าถึงสามครั้งเพื่อจูงคนมาฟังธรรม
    สารคดีเล่าว่าอปราชิตเมื่อสร้างพระคันธกุฎีเสร็จแล้วก็ให้ช่างสร้างสระโบกขรณี ทำอุทยานปลูกดอกไม้ห้าสีและประดับด้วยดอกไม้หอมหลากชนิด แล้วด้วยหัวใจที่เปี่ยมความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ เขาโปรยรัตนชาติทั้งเจ็ดประการให้สูงเพียงเข่าไว้เต็มพื้นที่รอบพระคันธกุฎี ด้วยความคิดว่าคนที่มีศรัทธานั้นย่อมมาฟังธรรมเป็นปกติ แต่คนที่ไม่มีศรัทธาถ้าไม่มีเหตุจูงใจอย่างอื่นก็ย่อมไม่มาฟังธรรม เมื่อโปรยรัตนะเหล่านี้แล้วเขาย่อมมาเพราะประสงค์ทรัพย์ แต่เมื่อได้ฟังธรรมแล้วจะพ้นจากทุกข์ ด้วยเหตุนี้มหาชนจึงพากันมาฟังธรรมจำนวนมาก และเมื่อจะกลับก็ถือเอารัตนะเท่าที่สองมือจะถือได้กลับไป เมื่อหมดเขาก็โปรยใหม่ เป็นอยู่เช่นนี้ถึงสามครั้ง
  • 1:22:18 พราหมณ์ขโมยแก้วมณีเท่าผลแตงโม พระวิปัสสีจึงแนะให้ทำทรัพย์ที่คนอื่นเอาไปไม่ได้
    อปราชิตยังวางแก้วมณีขนาดใหญ่เท่าผลแตงโมไว้ในที่แสดงธรรม เพราะคิดว่ารัศมีแห่งแก้วมณีย่อมเสริมพระรัศมีกายดั่งทองคำของพระศาสดาให้งดงามยิ่งขึ้น แต่แล้วมีพราหมณ์มิจฉาทิฐิคนหนึ่งมาขโมยแก้วมณีดวงนี้ไป อปราชิตเสียใจมากจึงกราบทูลพระศาสดาว่าเมื่อชนทั้งหลายถือเอารัตนะที่โปรยไว้สามครั้งไปนั้นตนไม่เสียใจเลย กลับมีจิตเลื่อมใสขึ้นเรื่อย ๆ แต่ครั้นพราหมณ์มาเอาแก้วมณีไปก็กลับไม่อาจทำจิตให้เลื่อมใสได้ พระวิปัสสีศาสดาจึงตรัสแนะเป็นนัยว่าอุบาสกสามารถทำทรัพย์ของตนไม่ให้คนอื่นนำไปได้ไม่ใช่หรือ เมื่อเข้าใจแล้วเขาจึงถวายทานอีกเจ็ดวัน และในวันที่เจ็ดตั้งจิตอธิษฐานว่าขึ้นชื่อว่าพระราชาหรือโจรแม้หลายร้อยที่จะมาข่มเหงหรือถือเอาแม้เส้นด้ายที่ชายผ้าของตนไปนั้นจงอย่ามี นับแต่วันนี้ไปแม้ไฟก็อย่าไหม้ของของตน แม้น้ำก็อย่าได้พัดไป ด้วยผลบุญและแรงอธิษฐานนี้สมบัติของท่านจึงเป็นของเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นเพื่อท่านเท่านั้น
  • 1:24:18 อปราชิตไปเทวโลกไม่ตกอบายเลย 91 กัป แล้วมาเกิดเป็นโชติกเศรษฐีที่นครราชคฤห์
    สารคดีเล่าต่อว่าอปราชิตเศรษฐีถวายมหาทานทำบุญใหญ่ในพระรัตนตรัยอย่างต่อเนื่องกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต เมื่อละโลกแล้วจึงไปบังเกิดในเทวโลก เสวยสุขอยู่เพียงสองภูมิตลอดกาลยาวนาน ไม่เคยตกสู่อบายภูมิเลย กระทั่งเวลาผ่านไป 91 กัป มาถึงกาลสมัยแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ท่านจึงมาเกิดในตระกูลเศรษฐีแห่งนครราชคฤห์ ได้มหาสมบัติอัศจรรย์ที่ตักไม่พร่างและได้รับฉัตรเศรษฐีเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุด นามว่าโชติกเศรษฐี เป็นผู้ทำให้มหาชนทั่วชมพูทวีปเกิดปีติยินดีด้วยสมบัติอันน่าอัศจรรย์ที่ตักไม่พร่องของท่าน ครั้นออกบวชก็ได้บรรลุอรหัตผลกลายเป็นพระอรหันต์ผู้ดับกิเลสได้หมดสิ้น