-
5:45
เกริ่นกรณีศึกษาวันนี้: พบกันวันลอยกระทง
บอกว่าวันนี้ลมขึ้นจนตาจะปิด ขอให้ลูกนักเรียนช่วยกันเชียร์ แล้วเกริ่นว่าวันนี้มีเรื่องราวของเคสดี ๆ ที่จะทำให้เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรม ชื่อเรื่องว่าพบกันวันลอยกระทง ซึ่งอาจช้าไปสักนิดหนึ่งเพราะลอยกระทงผ่านไปเมื่อวาน แล้วเล่าว่าเมื่อคืนแอบไปนั่งนิ่ง ๆ นาน ๆ ดูพระจันทร์วันเพ็ญที่สว่างและสวยมาก เป็นคืนสุดท้ายของช่วงกฐิน นั่งเพลินสบายใจจนหมดเวลาไม่ได้ออกมา
-
1:33:05
เกริ่นจดหมาย: ผู้เขียนเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาพันธุ์แท้
ถามว่ายิ้มกันหรือยัง แล้วเข้าสู่จดหมายของผู้เขียนที่บอกว่าตนเป็นนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาพันธุ์แท้ เริ่มเข้าเรียนตั้งแต่ชั่วโมงแรก ครูไม่ใหญ่แทรกว่าที่ไหนในโลกก็ไม่มีอย่างนี้อีกแล้วยกเว้นช่องนี้ช่องเดียว แล้วผู้เขียนขอความเมตตาให้ครูไม่ใหญ่ได้ฝันในฝันเรื่องของครอบครัวตน
-
1:34:06
คุณแม่มาวัดครั้งแรกปี 2527 แล้วเป็นผู้นำบุญออกแจ้งข่าวบุญทุกวัน
ผู้เขียนเล่าว่าคุณแม่เริ่มมาวัดพระธรรมกายครั้งแรกเมื่อปี 2527 แล้วมาต่อเนื่องเรื่อยมาแทบทุกอาทิตย์ ยิ่งอาทิตย์ต้นเดือนไม่เคยขาดเลย ไม่พอใจแค่ทำบุญด้วยตนเองแต่ยังทำหน้าที่ผู้นำบุญอย่างทุ่มเทสุดชีวิต ออกไปแจ้งข่าวบุญแทบทุกวันตั้งแต่เก้าโมงถึงหกโมงเย็นทั้งที่อายุ 60 กว่าปีแล้ว ทำนานเป็นเดือน ๆ จนรวบรวมปัจจัยมาถวายได้เป็นจำนวนมาก ปกติคุณแม่เป็นคนประหยัดมัธยัสถ์ และในวัยเด็กท่านผ่านชีวิตที่ลำบากมามากกว่ามาก ต้องพึ่งพาตนเองจนสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้
-
1:35:20
คุณตาเสียชีวิตกะทันหัน คุณยายจึงจำใจฝากคุณแม่วัยสี่ขวบไว้กับพ่อใหญ่
เล่าว่าคุณแม่เป็นลูกสาวคนกลางในพี่น้องห้าคน เป็นคนที่โชคชะตาอาภัพมาตั้งแต่เกิด เพราะคุณยายคลอดลูกชายคนสุดท้องได้ไม่นาน คุณตาก็มาเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน คุณแม่จึงกลายเป็นลูกกำพร้าพ่อ ลำพังคุณยายเพียงคนเดียวไม่อาจเลี้ยงดูลูกทุกคนได้ และเพราะคุณแม่เป็นคนกลางอายุเพียงสี่ขวบ คุณยายจึงจำใจต้องฝากท่านไว้กับพ่อใหญ่ แต่ก่อนจะจากไปคุณยายสั่งเสียไว้ว่าไม่ต้องห่วง อีกหน่อยแม่จะมารับกลับ
-
1:37:09
ทุกเย็นตอนพระอาทิตย์ตกดินคุณแม่นั่งร้องไห้รอแม่มารับ
เล่าว่ารอแล้วรอเล่าก็ไม่มีเค้าว่าคุณยายจะกลับมารับสักที ทุกวันตอนพระอาทิตย์ตกดินคุณแม่จะนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น คิดถึงแม่และน้อง ๆ แล้วรำพึงอยู่ในใจว่าเมื่อไรแม่จะมารับลูกกลับไปเสียที แม่จะรู้ความในใจไหมว่าหนูคิดถึงแม่มาก
-
1:40:19
ต้องทำงานหนักตั้งแต่เด็ก ถูกเฆี่ยนตีและใส่เสื้อผ้าขาดจนโตเป็นสาว
เล่าว่าคุณแม่ต้องช่วยทำหน้าที่เลี้ยงหมู เลี้ยงควาย ตักน้ำ ผ่าฟืน ทำงานจิปาถะสารพัดอย่าง ทำงานหนักแล้วก็ยังไม่พอ เพราะไม่เคยได้รับความรักความเอาใจใส่จากคุณยายทวดเลย กลับถูกลูกของคุณยายทวดเอารัดเอาเปรียบอยู่เสมอ วันไหนทำอะไรไม่ได้ดั่งใจก็จะถูกคุณยายทวดเฆี่ยนตีอยู่บ่อย ๆ แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่เคยซื้อให้ใหม่ ต้องใส่ชุดเก่าขาด ๆ จนโตเป็นสาว จนอายเพื่อนแทบไม่กล้าออกจากบ้าน
-
1:42:45
พ่อใหญ่เมาแล้วเปลี่ยนเป็นคนละคน ทุบตีและไล่ยิงจนต้องหนีไปกองฟอน
เล่าว่าวันไหนพ่อใหญ่ไม่กินเหล้าก็จะพูดดี ๆ กับแม่ ครูไม่ใหญ่แทรกว่าเห็นไหมว่าเหล้าทำให้คนดีเสียไป แต่วันไหนเมามาก็จะเฆี่ยนตีอาละวาด ทั้งทุบตีเตะตบ ด่าว่าโวยวาย เตะข้าวของ และหนักถึงขั้นไล่ยิงคุณแม่เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน ตกเย็นถ้ารู้ว่าพ่อใหญ่กินเหล้ามาคุณแม่ก็จะวิ่งหลบไปอยู่ใต้ถุนบ้าน เพราะถ้าอยู่ใกล้จะถูกคว้าแขนรวบผมลากไปเฆี่ยนตี วันไหนน้ำเมาออกฤทธิ์เต็มที่คุณแม่ก็ต้องรีบวิ่งขึ้นต้นไม้เพื่อหลบลูกกระสุน บางครั้งวิ่งหนีไปที่กองฟอนซึ่งเป็นที่เผาศพ ไม่มีรองเท้าใส่ กลัวผีก็กลัวแต่กลัวลูกปืนมากกว่า จึงเอาผีเป็นที่พึ่ง ต้องทนรอจนแน่ใจว่าพ่อใหญ่สร่างเมาแล้วจึงย่องกลับบ้าน ครูไม่ใหญ่แทรกตำหนิว่าผู้ผลิตผู้จำหน่ายน้ำเมาไม่รับผิดชอบอะไรเลย ยังจะเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์อีก ควรเอาออกจากทุกตลาดและเลิกผลิตปิดโรงงานไปเลย และถ้าเจ้าของโรงงานกับผู้ขายมาโดนอย่างนี้เองจึงจะรู้สึก
-
1:44:51
อายุ 15 หนีออกจากบ้าน แผนแตกแต่หนีพ้นไปเป็นคนรับใช้บ้านคหบดี
เล่าว่าคุณแม่ทนทุกข์อย่างนี้เรื่อยมาจนคิดในใจว่าต้องหนีจากที่นี่ให้ได้ วันหนึ่งขณะอายุ 15 ปีจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยได้รับความช่วยเหลือจากคุณลุงท่านหนึ่งที่คุ้นเคยกันในช่วงที่คุณแม่ออกไปเลี้ยงควายในนา คุณลุงเห็นคุณแม่ถูกกดขี่ข่มเหงมานานก็สงสาร จึงแนะวิธีหนี ให้เอาเสื้อผ้าและของจำเป็นหอบใส่ถังไว้ แล้วทำทีว่าจะไปตักน้ำ พอสบโอกาสให้วิ่งหนีไปตามท้องนา แต่วันนั้นแผนแตกเพราะคุณแม่เผลอไปเล่าเรื่องที่จะหนีให้เพื่อนสนิทได้ยิน พ่อใหญ่กับญาติจึงรู้เข้าและวิ่งติดตามมาจนเห็นหลังกันไว ๆ คุณแม่วิ่งหนีสุดชีวิตจนหกล้มเกือบถูกจับได้ แต่สุดท้ายก็หนีพ้นไปได้อย่างหืดขึ้นคอ คุณลุงมารับคุณแม่ในตัวเมือง แล้วพาไปสมัครทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านคหบดีท่านหนึ่ง ครูไม่ใหญ่แทรกว่านี่เพราะไม่ได้สั่งสมบุญมาจึงเป็นอย่างนี้
-
1:46:31
เข้ากรุงเทพเรียนตัดเสื้อ แล้วไปเที่ยวงานลอยกระทงที่เขาดิน
เล่าว่าคุณแม่อดทนทำงานอยู่ที่นั่นไม่กี่ปีก็เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง จึงตัดสินใจเข้ามาหาลู่ทางทำมาหากินที่กรุงเทพ โดยเริ่มจากการเรียนตัดเสื้อ ครูไม่ใหญ่เล่นคำว่าที่ถูกต้องคือเรียนตัดผ้าเป็นเสื้อ ไม่ใช่ตัดเสื้อเป็นผ้า เพราะอย่างนั้นไม่ต้องเรียน หลังเข้ากรุงได้ไม่กี่วัน คุณแม่กับเพื่อนสองคนก็พากันออกไปเที่ยวงานวันลอยกระทงที่เขาดิน
-
1:48:29
คุณแม่อธิษฐานขอให้กระทงนำทางไปพบแม่ที่แท้จริง
เล่าว่าคุณแม่หยิบกระทงมาอธิษฐานแล้วค่อย ๆ หย่อนลงที่ท่าน้ำพร้อมกับกระทงของเพื่อน ๆ ครูไม่ใหญ่ให้ลูกนักเรียนสันนิษฐานว่าท่านอธิษฐานอย่างไร มีคนเดาว่าขอให้เจอคนรักจริง ขอให้เจอคุณแม่ ขอให้เจอพี่น้อง หรือขอให้รวย แต่คำอธิษฐานจริงคือขอให้กระทงนี้เป็นตัวนำทางให้ไปพบแม่ที่แท้จริง ไม่ว่าท่านจะอยู่หนใด
-
1:53:46
กระทงของคุณแม่ลอยวนกลับมาหยุดอยู่กับที่ แล้วมีหญิงวัยกลางคนมายืนบังหน้า
เล่าว่ากระทงของเพื่อน ๆ ลอยห่างจากท่าน้ำไปเรื่อย ๆ แต่กระทงของคุณแม่ลอยไปข้างหน้าได้หน่อยหนึ่งแล้วชะงัก ลอยวนกลับมาหยุดอยู่กับที่ จนคุณแม่แปลกใจ เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่กระทงจะลอยไปสักที ผ่านไปสักครู่หนึ่งก็มีหญิงวัยกลางคนจูงมือเด็กผู้หญิงมายืนบังด้านหน้าคุณแม่ไว้ คุณแม่นึกในใจว่าทำไมหน้าตาของเธอช่างเหมือนกับคุณแม่ที่จากไปนาน
-
1:55:53
ทักถามชื่อจนรู้ว่าเป็นแม่ที่เปลี่ยนชื่อ ได้พบกันหลังพลัดพรากกว่า 15 ปี
เล่าว่าคุณแม่ลองเข้าไปทักถามชื่อ หญิงวัยกลางคนตอบชื่อหนึ่งซึ่งไม่ตรงกับชื่อแม่ คุณแม่จึงถอนหายใจคิดว่าทักผิดคน หญิงคนนั้นย้อนถามว่าถามทำไม คุณแม่บอกว่าคิดว่าเป็นคนรู้จักที่ชื่ออีกชื่อหนึ่ง หญิงคนนั้นจึงเล่าว่าเมื่อก่อนเธอก็ชื่อนั้นเหมือนกัน แต่พอได้สามีใหม่จึงเปลี่ยนชื่อ แล้วถามกลับว่าหนูชื่ออะไร คุณแม่บอกชื่อและเล่าเหตุการณ์ที่ถูกแม่ทิ้งมาตั้งแต่เด็ก ยังไม่ทันเล่าจบหญิงคนนั้นก็คว้าแขนคุณแม่เข้าไปกอดไว้ ทั้งสองมีความสุขมากที่ได้เจอกันอีกครั้งหลังจากพลัดพรากกันมากว่า 15 ปี ด้วยบุญบันดาลให้หากันจนเจอ
-
1:59:52
คุณแม่เลี้ยงดูคุณยายโดยไม่เคยโกรธเคือง และผู้เขียนเข้าวัดครั้งแรกปี 2530
เล่าว่าหลังจากนั้นคุณแม่รับคุณยายมาเลี้ยงดูที่บ้านโดยไม่เคยโกรธเคืองเลย ทำหน้าที่ลูกที่ดีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนตัวผู้เขียนเองเข้าวัดครั้งแรกเมื่อปี 2530 ช่วงแรกยอมรับว่ายังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเป้าหมายชีวิตมากนัก ทุกครั้งที่ทำบุญก็ยังทำแบบไร้จุดหมายและอธิษฐานไปตามที่นึกได้
-
2:00:46
เรียนต่อเมืองนอกได้ A บวกทุกวิชา แล้วได้งานบริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุด
ผู้เขียนเล่าว่าการเรียนต่อเมืองนอกนั้นเทอมแรกทำเกรดได้ยอดเยี่ยม A บวกทุกวิชา และได้ทำหน้าที่เป็นมาร์กเกอร์คอยตรวจข้อสอบและตรวจการบ้านของนักศึกษา ได้ค่าตอบแทนมากพอที่จะส่งตัวเองเรียนจบได้อย่างสบาย หลังกลับมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นานก็เหมือนบุญจัดสรรให้เข้าทำงานในบริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย รายได้ดีมากโดยไม่ต้องออกไปเดินขายประกันให้เหนื่อย ผู้เขียนตระหนักดีว่าความสำเร็จทั้งหมดนี้เป็นเพราะอานุภาพบุญที่ทำถูกเนื้อนาบุญ ดังนั้นทุกครั้งที่หลวงพ่อมีบุญใหญ่มาให้ก็ทุ่มเททำอย่างเต็มที่เต็มกำลัง
-
2:01:42
ภูมิใจที่ได้หลักวิชามากกว่าปริญญาโทสองใบ
ผู้เขียนบอกว่าสิ่งที่ภูมิใจที่สุดในชีวิตยังไม่ใช่การได้ปริญญาโทสองใบหรือความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่สิ่งสำคัญคือโชคดีที่ได้มาเข้าใจหลักวิชาที่จะอยู่ในวัฏสงสารอย่างปลอดภัยและมีความสุข ได้เกิดมาสร้างบารมีกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อและหมู่คณะ และมีเป้าหมายจะตามติดไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม
-
2:02:06
ชุดคำถามถึงครูไม่ใหญ่: บุพกรรมของคุณแม่ การทำแท้ง และชีวิตของผู้เขียน
ถามว่าบุพกรรมใดทำให้ชีวิตคุณแม่ในวัยเด็กลำบากมาก ต้องทนอยู่กับครอบครัวของพ่อใหญ่อย่างไม่มีความสุข ถูกกดขี่ข่มเหงและเอารัดเอาเปรียบเรื่อยมา แต่หลังจากหนีมาตั้งตัวได้สำเร็จชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผลบุญใด เหตุใดคุณแม่จึงถูกคุณยายทิ้งไป และที่คุณยายทิ้งไปด้วยความจำเป็นนั้นจะมีวิบากกรรมใดหรือไม่ บุญใดทำให้คุณแม่ได้มาเจอกับแม่ของท่านอีกครั้งโดยบังเอิญ กระทงที่ลอยวนกลับมาหยุดอยู่กับที่เป็นความบังเอิญหรือมีอะไรพิเศษ คุณแม่เลี้ยงดูคุณยายโดยไม่เคยโกรธเคืองจะได้อานิสงส์อย่างไร หลังแต่งงานใหม่คุณแม่ยังไม่พร้อมมีลูกจึงพลาดไปทำแท้งมาครั้งหนึ่งจนกังวลใจมาก จะแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นให้หมดสิ้นในชาตินี้ได้อย่างไร เด็กที่ถูกทำแท้งไปเกิดที่ใด ได้รับบุญสร้างพระที่คุณแม่ทำให้หรือยัง และเหตุใดจึงมาถูกทำแท้งในชาตินี้ รวมทั้งถามว่าบุญใดทำให้ผู้เขียนประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายทุกด้าน และการที่ทำบุญสุดกำลังโดยไม่คำนึงถึงความสะดวกสบายเป็นเพราะเคยประกอบเหตุใดมา ต่อด้วยคำถามว่าอาจารย์สามท่านในต่างประเทศที่ช่วยเหลือเรื่องงานและการเรียนเกี่ยวข้องกันมาอย่างไร ตอนอายุห้าขวบเคยถูกสุนัขบ้ากัดและสุนัขนั้นตายอย่างทรมานเพราะบุพกรรมใด และเคยเป็นหอบหืดแม้อาการหายไปแล้วแต่ยังต้องหายใจทางปากอยู่ตลอดเวลา เป็นเพราะวิบากกรรมใด จะแก้ไขได้อย่างไร ชาตินี้จะมีโอกาสหายใจทางจมูกได้ไหม
-
2:07:44
ตอบ: คุณแม่เคยเป็นเศรษฐีนีตระหนี่ที่ข่มขี่บริวาร และสองชาติที่ทำให้ถูกแม่ทิ้ง
ตอบว่าคุณแม่ถูกกดขี่ข่มเหงและเอารัดเอาเปรียบ เพราะกรรมในอดีตที่เคยเกิดเป็นเศรษฐีนีมีทรัพย์มาก แต่มีความตระหนี่ในช่วงที่ยังไม่เจอหมู่คณะ และชอบข่มขี่ดุด่าบริวาร จึงทำให้วิบากกรรมอื่นเข้ามาแทรกได้ ต้องมาเกิดในครอบครัวที่ลำบากและถูกฝากให้คนอื่นเลี้ยง แล้วมาโดนเขาทำอย่างนั้นในชาตินี้ ส่วนที่หนีมาตั้งตัวได้สำเร็จและชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะบุญเก่าที่เคยทำไว้โดยเฉพาะกับหมู่คณะได้ตามมาส่งผล ส่วนที่ถูกคุณยายทิ้งไปด้วยความจำเป็นนั้นมาจากสองชาติ ชาติหนึ่งเกิดมายากจนจนต้องเอาลูกไปฝากคนอื่นเลี้ยงแล้วไม่ได้กลับไปดูแล กับอีกชาติหนึ่งหนีออกจากบ้านเพื่อเรียนรู้โลก ใครห้ามก็ไม่เชื่อ ทำให้พ่อแม่เสียใจ แต่ภายหลังกลับมาพร้อมเงินทองแล้วเลี้ยงดูพ่อแม่อย่างดี วิบากกรรมสองชาตินี้จึงตามมาส่งผล
-
2:10:21
ตอบ: บุญเลี้ยงดูบิดามารดาทำให้เจอแม่ และกระทงวนกลับเพราะบุญนั้นบันดาล
ตอบว่าคุณแม่ได้มาเจอแม่ที่แท้จริงโดยบังเอิญ เพราะบุญที่ได้กลับมาเลี้ยงดูบิดามารดาในชาติที่หนีออกจากบ้านไปเรียนรู้โลกโดยที่พ่อแม่ห้ามไม่ฟัง บุญนั้นตามมาส่งผล และที่กระทงลอยวนกลับมาหยุดอยู่กับที่ก็เป็นเรื่องบุญนั้นบันดาลให้เกิดขึ้น คือหนีไปแต่กลับมาเอาเงินทองมาเลี้ยงดูบิดามารดาในชาตินั้น ครูไม่ใหญ่แทรกด้วยว่าความเชื่อเคร่งครัดแบบที่เล่ามาก่อนนั้นดูเหมือนจะเป็นของศาสนายิว ที่เชื่อว่าตายแล้วเกิดแต่ถ้าเป็นคนก็ต้องไปเป็นคนต่อ ซึ่งไม่ใช่อย่างนั้น
-
2:11:19
ตอบ: อานิสงส์ที่ไม่โกรธเคืองคือจะมีคนมาเลี้ยงดู และเด็กที่ถูกทำแท้งซ้ำหลายรอบ
ตอบว่าที่คุณแม่เลี้ยงดูคุณยายโดยไม่เคยโกรธเคืองที่ถูกทิ้งไปตั้งแต่เด็ก อานิสงส์ที่จะส่งผลต่อไปคือจะมีคนมาเลี้ยงดูและช่วยเหลือท่านอย่างดี ส่วนเด็กที่ถูกทำแท้งนั้นได้ไปถูกทำแท้งมาหลายรอบแล้ว โดยวิบากกรรมที่เคยทำแท้งมาในอดีตตามมาส่งผล จึงยังไม่อาจรับบุญที่คุณแม่ทำอุทิศไปให้ได้
-
2:12:11
ตอบ: สำเร็จง่ายเพราะอธิษฐานไว้ และอาจารย์สามท่านช่วยเพราะบุญสงเคราะห์ญาติ
ตอบว่าลูกประสบความสำเร็จอย่างง่ายดายในทุกด้าน เพราะในอดีตเมื่อทำบุญทุกครั้งก็อธิษฐานให้ชีวิตประสบความสำเร็จอย่างง่ายดาย และมีอุปนิสัยทำบุญอย่างง่าย ๆ คือใครชวนทำบุญก็โอเค ส่วนที่ทำบุญอย่างสุดกำลังเพราะในอดีตมีอัธยาศัยทุ่มเททำบุญอย่างนี้ติดตัวมา ถ้าอยากมีชีวิตเพียบพร้อมเหมือนมหาเศรษฐีในสมัยพุทธกาลก็ต้องทำบุญให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปและอธิษฐานจิตกำกับไว้ ทำบุญบ่อย ๆ ทำบุญใหญ่หนัก ๆ ต่อด้วยว่าอาจารย์สามท่านที่ต่างประเทศช่วยเหลือเรื่องงานและการเรียน เพราะบุญที่เคยสงเคราะห์ญาติในอดีตและเคยช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์มาส่งผล ทำให้มีคนคอยช่วยเหลืออยู่เรื่อย ๆ อีกทั้งในชาติไกล ๆ ก็เคยเป็นญาติกันกับสามท่านนี้ ส่วนที่สนใจเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศเหมือนกันเป็นเหตุในปัจจุบันที่เป็นไปตามยุคสมัยซึ่งรุ่งเรืองด้วยเทคโนโลยี
-
2:13:41
ตอบ: ถูกสุนัขบ้ากัดเพราะเคยฆ่าสุนัขทำเปิบพิสดาร และหอบหืดเพราะใช้แรงงานสัตว์
ตอบว่าเรื่องที่ถูกสุนัขบ้ากัดตอนอายุห้าขวบและมีอาการของโรค มาจากกรรมที่เคยฆ่าสุนัขมาทำอาหารเปิบพิสดารกินแกล้มสุรา ส่วนที่เคยเป็นหอบหืดและยังต้องหายใจทางปาก เพราะกรรมในอดีตที่เกิดในสังคมเกษตรกรรมแล้วใช้แรงงานสัตว์มากทั้งวัว ควาย ม้า และบางครั้งดูแลสัตว์ไม่ดี แม้กรรมจะเบาบางไปแล้วแต่ก็ยังไม่หมด จะแก้ไขต้องปล่อยสัตว์ใหญ่บ่อย ๆ เช่นวัวควาย แล้วทำบุญทุกบุญและอุทิศส่วนกุศลไปให้สัตว์ทั้งหลายที่เคยล่วงเกินเบียดเบียนไว้ พร้อมแนะให้ปรับการใช้ชีวิต ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ และพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะดีขึ้น และบอกว่าลูกรื้อผังจนไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ให้ทำบุญต่อไปจนถึงเป้าที่ตั้งใจว่าจะเป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญเหมือนสมัยพุทธกาล
-
2:15:26
ตอบ: ตำแหน่งงานไม่สูงเพราะขาดมุทิตาจิต และให้อธิษฐานจิตไปดุสิตบุรี
ตอบว่าที่ตำแหน่งงานไม่สูงเพราะขาดมุทิตาจิต คือความพลอยยินดีเมื่อผู้อื่นประสบความสำเร็จ ขาดตรงนี้ตำแหน่งงานก็เลยไม่ค่อยสูงเท่าไร แล้วบอกว่าทั้งลูกและคุณแม่เป็นกองเสบียงของหมู่คณะมา ตามวัฒนธรรมบุญเมื่อทำบุญแล้วก็ให้อธิษฐานจิตไปดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ เขตบรมโพธิสัตว์ จะได้พลัดกันไม่ได้