-
46:35
ชวนญาติโยมทำความสะอาดแล้วมีเสียงตอบไม่กี่สิบเสียง จึงต้องมีวิธีประเมินผลการเทศน์
นึกภาพตอนเริ่มให้ญาติโยมที่มาวัดช่วยกันทำความสะอาด แค่บอกก็ยังไม่ค่อยมีคนขยับ เสียงตอบรับไม่เต็มศาลาซึ่งจุได้สามสี่ร้อยคน มีเพียงไม่กี่สิบเสียง แสดงว่าการเทศน์ยังไม่ได้ผล จึงบอกว่าวิธีประเมินผลการเทศน์ต้องมีให้ดี เพราะถ้าไม่ประเมินผลก็ไม่รู้ว่าการเทศน์ การสอน การอบรม การทำงานนั้นได้ผลหรือไม่ โบราณเขาประเมินจากเสียงสาธุที่ดังลั่นศาลาเมื่อเทศน์จบ แต่ถ้ามาใช้สมัยนี้ที่มีหน้าม้าก็คงใช้ไม่ได้
-
49:10
ประเมินจากปัจจัยก็ไม่แฟร์ คุณยายจึงระดมคนไปขัดห้องน้ำตอนบ่ายสองสี่สิบห้า
อีกวิธีหนึ่งคือดูปัจจัยถวายมากน้อย แต่ถ้าผู้มีฐานะมาวันนั้นมากก็ได้มาก ถ้าเด็ก ๆ มาก็ไม่ค่อยมี จึงไม่แฟร์กับผู้เทศน์ ที่วัดเราคุณยายเป็นผู้ให้วิธีประเมินขั้นต้น สมัยนั้นหลวงพ่อเทศน์บ่ายโมงถึงสามโมง แล้วเปิดโอกาสให้ซักถาม พอประมาณบ่ายสองโมงสี่สิบห้า คุณยายก็เริ่มระดมคนที่คุ้นวัด นำไปขัดห้องน้ำเอง ไม่ต้องรอให้สรุปการเทศน์ ท่านชวนว่าถ้าไม่ขัดห้องน้ำกันตอนนี้ จะรอให้พระขัดให้หรืออย่างไร เดี๋ยวจะบาป
-
51:08
เปิดไมค์ให้ดังเพื่อคนขัดห้องน้ำได้ฟังเทศน์ด้วย และขอผ้าเย็นการบินไทยมาทำผ้าเช็ดเสื่อ
ตอนนั้นคนคุมเสียงต้องเปิดไมค์ให้ดังหน่อย คนที่ไปขัดห้องน้ำจึงได้ยินเสียงเทศน์และการตอบปัญหา ทุกคนได้ฟังเท่ากันแต่ได้บำเพ็ญประโยชน์ด้วย คนที่ลุกไปประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นผู้หญิง ส่วนคนที่อยู่บนศาลาก็เชิญให้กวาดให้ถู ซึ่งยากจริง ๆ เพราะพอสี่โมงคนก็กระสับกระส่ายจะกลับ แค่ให้กวาดยังไม่อยากกวาด ทั้งที่คนละไม้คนละมือก็เสร็จ แต่ไม่มีที่ไหนเขาทำ เราเป็นผู้เริ่มทำ ความร่วมมือจึงยังไม่ได้ กุศโลบายคือติดต่อผ่านสมาชิกที่ทำงานการบินไทย ขอผ้าเย็นที่ใช้แล้วบนเครื่อง มาเย็บซ้อนให้หนาไว้เช็ดเสื่อ แล้วเตรียมถังน้ำ กะละมังน้ำ และผ้าไว้ให้พร้อม
-
53:26
ไม่มีใครอยากหยิบผ้าขี้ริ้วหรือไม้กวาด แสดงว่าการเทศน์ยังไม่ได้ผล
วางผ้าเช็ดไว้ก็ไม่ค่อยมีใครอยากหยิบ วางไม้กวาดไว้ก็ไม่ค่อยมีคนอยากจับ เหมือนคนตาดีแต่กะตาไม่ดี สายตากลายเป็นมองไปสุดขอบฟ้าแทน ทั้งที่เมื่อเช้าเพิ่งได้นั่งเสื่อผืนนั้น พอให้เก็บเองก็เก็บไม่ได้ อย่างนี้แสดงว่าการเทศน์ไม่ได้ผล เจ็บที่ว่าไม่ได้ผลแต่ต้องยอมรับ นี่คือการประเมิน ถ้าไม่เล่าไว้ ข้างหน้าจะประเมินไม่เป็น จึงแก้ด้วยการตามนักศึกษาทั้งหญิงทั้งชาย ที่แข็งแรงหน่อยมาซักผ้าขี้ริ้วให้
-
1:00:46
ประเมินผลการเทศน์จากความสะอาดที่เกิดจากน้ำมือคนมาฟังเทศน์ และครัวที่ไม่มีกลิ่นอับ
การประเมินผลของการเทศน์การสอนจึงอยู่ที่ความสะอาดของวัด อันเกิดจากน้ำมือของพวกเราที่มาฟังเทศน์ และมาปฏิบัติธรรม มิได้ประเมินจากปัจจัยที่ถวาย มิได้ประเมินจากเสียงสาธุ และมิได้ประเมินจากกระดาษที่ให้กรอกข้อความ ยังไม่พอ ใครเข้าไปในครัวคุณยายก็จะฝึกความสะอาดอีก ท่านชี้ให้ดูว่าครัวทั่วไปมักมีกลิ่นอับจากเขียง แต่ครัวในวัดพระธรรมกายที่คุณยายดูแลไม่มีกลิ่น เพราะยายใช้เขียงเสร็จก็ล้างทันทีแล้วเอาไปผึ่งแดด ไม่ยอมให้ชื้นค้างไว้ กลิ่นในครัวต้องสะอาดเหมือนห้องอื่น จนเดินผ่านก็ไม่รู้ว่าเป็นครัว